สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ว่า ประธานาธิบดีฟรังก์ วอลเทอร์-ชไตน์ไมเออร์ ให้การต้อนรับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ในโอกาสเยือนกรุงเบอร์ลินอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเยือนต่างประเทศครั้งแรกของหลี่ ในฐานะนายกรัฐมนตรี นับตั้งแต่รับตำแหน่ง เมื่อเดือน มี.ค. ปีนี้

Chinese premier says willing to work with Germany for global stability #Germany #China https://t.co/gMannzJpMf pic.twitter.com/DaDowNQnhF
— CCTV+ (@CCTV_Plus) June 19, 2023
ทั้งนี้ การเยือนเยอรมนีของหลี่ ซึ่งถือเป็น “สมาชิกหมายเลขสอง” ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน รองจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เยือนกรุงปักกิ่ง ขณะที่ชไตน์ไมเออร์เรียกร้อง “การยกระดับความแข็งแกร่ง” ของช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างสหรัฐกับจีน “เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของโลก” ด้านหลี่กล่าวว่า จีนพร้อมทำงานร่วมกับเยอรมนี “เพื่อสร้างเสริมเสถียรภาพและความรุ่งเรืองระดับโลก”

นอกจากการพบหารือกับชไตน์ไมเออร์ หลี่ได้รับการต้อนรับจากนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน รัฐบาลเบอร์ลินเผยแพร่เอกสารยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงฉบับแรก มีเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวกับจีน ว่า “กำลังพยายามโดยใช้วิธีการหลากหลาย” เพื่อ “เปลี่ยนแปลงระเบียบโลกปัจจุบัน” ส่งผลให้เสถียรภาพและความปลอดภัย ทั้งระดับภูมิภาคและนานาชาติ “เผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น” ในการรักษาคุณค่าและผลประโยชน์ด้านประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชน
Relationship status: It's complicated.
— DW Politics (@dw_politics) June 19, 2023
????????????????
Berlin's new national security strategy describes China as both a 'partner' and a 'systemic rival.'
It was published days before Chinese Premier Li Qiang's visit to Germany – his first foreign trip since being appointed. pic.twitter.com/lSd89Jcll1
กระนั้น เยอรมนียืนยันว่า จีนยังคงถือเป็น “หุ้นส่วนสำคัญ” หากปราศจากบทบาทและอิทธิพลของรัฐบาลปักกิ่ง วิกฤติการณ์และความขัดแย้งมากมายบนโลกอาจไม่สามารถคลี่คลายได้ นอกจากนี้ การรักษาและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งกำลังมีการบูรณาการเข้าสู่การค้าโลก และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศมากขึ้น ตลอดจนบทบาทของจีนในด้านสิ่งแวดล้อม ถือเป็นกลไกสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนให้กระบวนการที่เกี่ยวข้องเดินหน้าและบรรลุเป้าหมาย
นอกจากนั้น เนื้อหาในแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้กล่าวถึงรัสเซีย “กำลังเป็นภัยคุกคามด้ายความมั่นคงอย่างร้ายแรงที่สุด ต่อภูมิภาคยูโร-แอตแลนติก” สืบเนื่องจากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2565 ซึ่งการที่รัสเซียและจีน มีความเป็นพันธมิตรกันอย่างแน่นแฟ้น เยอรมนีจึงต้องแสวงหา “โอกาสและทางเลือก” เพื่อ “ลดการพึ่งพิงฝ่ายเดียว” ต่อจีน.
เครดิตภาพ : AFP



