สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ว่า จากการที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวในช่วงหนึ่ง ระหว่างร่วมงานระดมทุนหาเสียงเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ ของพรรคเดโมแครต ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ใช้คำว่า “ผู้นำเผด็จการ” เรียกแทนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน จนสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งประณามรัฐบาลวอชิงตัน “ไร้มารยาททางการทูต” นั้น
แหล่งข่าวระดับสูงในทำเนียบขาวกล่าวว่า “ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ” ที่ผู้นำสหรัฐ “ใช้คำพูดตรงไปตรงมา” เกี่ยวกับจีนและความสัมพันธ์ในหลายประเด็น ที่ต่างฝ่ายต่างยังคงมีความเห็นต่าง ขณะเดียวกัน รัฐบาลวอชิงตันยังคงเชื่อมั่นว่า การขับเคลื่อนนโยบายการทูตโดยนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ “คือหนทางที่เหมาะสม สำหรับการบริหารจัดการความตึงเครียด”
ด้านไบเดนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับคำกล่าวของตัวเอง ที่นอกจากนั้นกล่าวถึงการเยือนจีนของบลิงเคน ระหว่างวันอาทิตย์ถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่า “ทำได้ดี” แต่ “ต้องใช้เวลานานอีกระยะหนึ่ง” เพื่อให้เป้าหมายทั้งหมดลุล่วง
'Extremely ridiculous and irresponsible' | China hits back at Biden over ‘dictator Xi’ comments
— RT (@RT_com) June 21, 2023
Read more: https://t.co/VZ9Qvhsm5U pic.twitter.com/b8V8QYXmbK
ขณะที่การใช้คำซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับจีน คือการที่ไบเดนย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งสหรัฐกล่าวว่า วัตถุของจีนที่ลอยเข้ามาในน่านฟ้า “คือบอลลูนสอดแนม” และมีการยิงทำลายในเขตน่านฟ้า เหนือรัฐเซาท์แคโรไลนา ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “สร้างความวิตกกังวล” ให้กับผู้นำจีน และยังเป็น “เรื่องน่าอับอาย” สำหรับ “เหล่าผู้นำเผด็จการ” เนื่องจากความพยายามทั้งหมดไม่เป็นไปตามแผน
Sec. of State Antony Blinken meets with Chinese Pres. Xi Jinping in Beijing, concluding a high-stakes visit. https://t.co/igpGJVWYaV pic.twitter.com/5BKq6CnPVG
— ABC News (@ABC) June 19, 2023
นอกจากนั้น ไบเดนกล่าวอีกว่า จีนเป็นประเทศที่ “กำลังเผชิญกับความยากลำบากทางเศรษฐกิจ” และบรรยากาศระหว่างทั้งสองประเทศ ณ เวลานี้ “คือการที่จีนเป็นฝ่ายต้องการความสัมพันธ์อีกครั้ง”.
เครดิตภาพ : AFP



