สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ว่า การประชุมสุดยอดดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางตำเตือนที่ว่า ความสามารถของโลกในการควบคุมภาวะโลกร้อน ขึ้นอยู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหลายประเทศประสบปัญหาเศรษฐกิจซบเซา และมีหนี้สินเพิ่มขึ้น อันเป็นผลมาจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ยกย่อง “ฉันทามติที่สมบูรณ์” ในการปฏิรูปสถาบันการเงินทั่วโลก และทำให้พวกเขามีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความยุติธรรมมากขึ้น และมีความเหมาะสมกับโลกปัจจุบันยิ่งขึ้น

สำหรับผู้นำประเทศราว 40 คน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมในกรุงปารีส ส่วนใหญ่มาจากประเทศกำลังพัฒนาที่เศรษฐกิจของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากวิกฤติต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น การระบาดของโรคโควิด-19, สงครามในยูเครน, ภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูง และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว

อนึ่ง ที่ประชุมมีการกล่าวหลายครั้งเกี่ยวกับระบบการเงินที่มีอายุเกือบ 80 ปี ซึ่งสนับสนุนโดยธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ว่าไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ เพื่อเผชิญกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21 อีกต่อไป อีกทั้งยังมีความคืบหน้าน้อยลงในการขับเคลื่อนผู้นำทางการเงินระดับโลกไปในทิศทางใหม่ แม้ว่าจะมีข้อตกลง, ความคิดริเริ่ม และความก้าวหน้าเพิ่มเติมหลายประการในคำสัญญาที่มีอยู่ก็ตาม

รายงานสรุปอย่างเป็นทางการของการประชุมแสดงความหวังว่า คำมั่นสัญญาที่จะส่งมอบเงิน 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 3.5 ล้านล้านบาท) ในการจัดหาเงินทุนด้านสภาพอากาศแก่บรรดาประเทศยากจน ภายในปี 2563 จะเสร็จสิ้นในปีนี้ รวมทั้งเรียกร้องให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับภาษีระหว่างประเทศหลายประเภท เพื่อเป็นทุนในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและความยากไร้.

เครดิตภาพ : AFP