สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ (ซีดีซี) เผยแพร่รายงานว่า ตลอดระยะเวลาประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มีการตรวจพบผู้ป่วยโรคมาลาเรียอย่างน้อย 4 คน ที่รัฐฟลอริดา และอีกอย่างน้อย 1 คนที่รัฐเทกซัส


แม้สหรัฐตรวจพบผู้ป่วยโรคมาลาเรียเฉลี่ยปีละประมาณ 2,000 คน แต่มาจากนักเดินทางต่างชาติ จากประเทศซึ่งมีประวัติการแพร่ระบาดของโรคมาลาเรียอยู่แล้ว ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งสหรัฐตรวจพบผู้ป่วยโรคมาลาเรียจากการติดเชื้อภายในประเทศ ซึ่งเป็นการยืนยันผู้ป่วย 8 คน ที่เขตเวสต์ปาล์มบีช ในรัฐฟลอริดา


ทั้งนี้ โรคมาลาเรียเป็นโรคติดเชื้อจากโปรโตซัวหรือปรสิต มียุงก้นปล่องเพศเมียเป็นพาหะ ผู้ป่วยส่วนใหญ่แสดงอาการภายในระยะเวลา 10-14 วัน หลังถูกยุงกัด อาการในเบื้องต้นคือไข้สูง หนาวสั่น และร่างกายซีด หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและถูกต้อง ผู้ป่วยอาจมีอาการรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นไตวาย ตับและปอดทำงานผิดปกติ จนส่งผลให้เสียชีวิตได้


อนึ่ง องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) รับรองวัคซีนต้านโรคมาลาเรีย “อย่างเป็นทางการตัวแรก” เมื่อปี 2564 คือ “อาร์ทีเอส, เอส” หรือ “มอสกีริกซ์” (RTS, S/Mosquirix) ของบริษัทแกล็กโซสมิธไคลน์ของสหราชอาณาจักร ใช้เวลานานกว่า 30 ปี ในการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีโปรตีนซับยูนิต โดยก่อนผ่านการรับรอง มอสกีริกซ์เป็นวัคซีนที่ดับเบิลยูเอชโอใช้เป็นวัคซีนนำร่อง ฉีดสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่กลุ่มเป้าหมาย คือเด็กในทวีปแอฟริกา.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES