เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายอรรถพล สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาเอกชน (กช.) ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล พ.ศ. 2563 ซึ่งในการพิจารณาตามแนวทางดังกล่าว จำเป็นต้องขอเปลี่ยนขอรับเงินการอุดหนุนรายหัวของลักษณะโรงเรียนเอกชนการกุศล โดยที่ประชุมมีข้อสรุปให้ตั้งคณะกรรมการปรับแก้ระเบียบดังกล่าวและจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการจัดเงินอุดหนุนรายหัว เพราะจะทำให้โรงเรียนขาดรายได้จากการบริหารโรงเรียน สำหรับการปรับแก้ระเบียบดังกล่าวนั้น เนื่องจากโรงเรียนเอกชนการกุศลยื่นเข้ามาขอจัดตั้งเพิ่มเติม แต่เราไปเขียนกฎหมายให้ตีความได้หลายแง่มุมจึงเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น เงินของมูลนิธิในโรงเรียนเอกชน จะต้องมีมากกว่าทรัพย์สิน แต่ในทางปฏิบัติจะประเมินจากหลักเกณฑ์ใดในการขอยื่นรับเงินอุดหนุน เป็นต้น ขณะเดียวกันที่ประชุมยังได้รับทราบการติดตามการจัดการศึกษาในพื้นที่นวัตกรรมและหลักสูตรฐานสมรรถนะของโรงเรียนเอกชนพบว่า มีการขับเคลื่อนการดำเนินการได้ผลที่เป็นที่น่าพอใจ

ปลัด ศธ. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้หารือถึงการออกประกาศให้โรงเรียนพยุหะวิทยา จ.นครสวรรค์ ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มาตรา 21 (3) ในการแต่งตั้งพระครูนิวิฐมณี (อาวุธฑสีโล) เจ้าอาวาสวัดเขาแก้วเป็นผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาต เพื่อให้โรงเรียนดังกล่าวได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 มาตรา 21 (3) โดยจะเสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ ลงนามเห็นชอบต่อไป ซึ่งเดิมข้อกำหนดตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 กำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตจะต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป แต่พระครูนิวิฐมณี มีวุฒิการศึกษาทางโลกแค่ ป.4 เท่านั้น และที่ผ่านมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรักษาการเจ้าอาวาส เนื่องจากเจ้าอาวาสรูปเดิมขอลาออกจากตำแหน่ง จึงเป็นเหตุให้โรงเรียนดังกล่าว ไม่มีผู้สามารถลงนามในฐานะผู้รับใบอนุญาตในการยื่นขอรับเงินอุดหนุนได้ ทั้งนี้กรณีดังกล่าว สช. เคยเคยยกเว้นมาแล้ว 23 ราย