สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวระหว่างการลงพื้นที่จังหวัดโพธิสัตว์ ทางตะวันตกของประเทศ ว่าเขาอาจสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดกั้นการเข้าถึงเฟซบุ๊กในกัมพูชา “นานระยะหนึ่งหรือตลอดไป” และมาตรการดังกล่าวอาจเกิดขึ้น “เมื่อใดก็ได้” เพื่อ “ป้องปราม” ไม่ให้บรรดานักการเมืองฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ได้มีช่องทางติดต่อสื่อสารกับประชาชนในกัมพูชา


ขณะเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน เรียกร้องให้ชาวกัมพูชาหันไปดาวน์โหลดและใช้งานแอปพลิเคชันอื่น ไม่ว่าจะเป็น “เทเลแกรม”, “ติ๊กต็อก”, “ไลน์”, “ไวเบอร์” และรวมถึง “วอตต์สแอปป์” ที่เป็นของเมตา ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก


ทั้งนี้ ผู้นำกัมพูชากล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ยุติการเคลื่อนไหวบนเฟซบุ๊ก แล้วหันไปใช้เทเลแกรม เพื่อสื่อสารกับบรรดาผู้สนับสนุนทางการเมือง เนื่องจากกัมพูชากำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 23 ก.ค. นี้ ควบคู่ไปกับการใช้ติ๊กต็อก เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเด็กและวัยรุ่น โดยให้เหตุผลของการเปลี่ยนไปใช้เทเลแกรมเพียงว่า “มีประสิทธิภาพมากกว่า”


อย่างไรก็ตาม รายงานหลายกระแสระบุว่า สมเด็จฮุน เซน มีความกังวลว่า เฟซบุ๊กอาจจำกัดการใช้งานของผู้นำกัมพูชา เป็นเวลา 6 เดือน จากการไลฟ์สด เมื่อช่วงต้นปีนี้ ว่าจะ “ทุบตี” นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเข้าข่ายเป็นการปลุกระดมให้เกิดความรุนแรง ซึ่งผู้นำกัมพูชายังคงเลี่ยงกล่าวถึงเรื่องนี้ แต่วิจารณ์เฟซบุ๊กว่า “ปิดหูปิดตา” ต่อการที่ฝ่ายค้านใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์แห่งนี้ “หมิ่นประมาท” นางบุน รานี ภริยา และ พล.อ.ฮุน มาเนต บุตรชายคนโต


ปัจจุบัน บัญชีเทเลแกรมของสมเด็จฮุน เซน มีผู้ติดตามประมาณ 860,000 คน ขณะที่เพจอย่างเป็นทางการบนเฟซบุ๊ก ซึ่งมีการโพสต์อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ปี 2558 มีผู้ติดตามประมาณ 14 ล้านคน ก่อนการปิดบัญชี.

เครดิตภาพ : AFP