สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ว่าการเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ที่เป็นการหารือโดยตรงครั้งแรกระหว่างสหรัฐกับปากีสถาน เปิดฉากที่กรุงอิสลามาบัด เมื่อช่วงค่ำของวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งการเจรจาเกิดขึ้นแล้วหลายรอบและยังคงดำเนินอยู่ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถเห็นชอบร่วมกันได้ “ในบางประเด็น” แม้บรรยากาศในภาพรวม “เป็นไปในเชิงบวก” ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่คนกลาง


ทั้งนี้ คณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลวอชิงตัน นำโดยรองประธานาธิบดีเจ.ดี.แวนซ์ ร่วมด้วยนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษด้านกิจการตะวันออกกลาง และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์


ด้านคณะผู้แทนเจรจาของรัฐบาลเตหะราน นำโดยนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภา และนายอับบาส อารักชี รมว.กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่จากอีกหลายภาคส่วนของอิหร่าน รวมทั้งสิ้น 71 คน


จนถึงตอนนี้ ยังแทบไม่มีข้อมูลใดถูกเปิดเผยออกมาจากฝ่ายสหรัฐ ขณะที่สื่อของอิหร่านรายงานออกมาบางประเด็น ว่าทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถเห็นพ้องร่วมกันได้ ในเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ

แหล่งข่าวระบุว่า รัฐบาลบอกกับสหรัฐ ว่าจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงกรอบการทำงานร่วมกัน “สถานะของช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง” และ “แม้แต่จำนวนเรือตามที่เคยตกลงกันไว้ ก็จะไม่สามารถผ่านไปได้”


นอกจากนี้ แหล่งข่าวของฝ่ายอิหร่านกล่าวด้วยว่า สหรัฐยื่น “ข้อเรียกร้องที่ไม่อาจยอมรับได้” เกี่ยวกับประเด็นช่องแคบฮอร์มุซและประเด็นอื่น ๆ อีกหลายประการ ซึ่งเป็น “ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต” และเตือนว่า สหรัฐกำลัง “ใช้วิธีการที่แข็งกร้าวเกินไปในการเจรจารอบนี้”.

เครดิตภาพ : AFP