คำถามข้อสี่” นโยบายการค้าการลงทุนของจีนต่อไทยเป็นอย่างไร โดยเฉพาะด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม ท่านคิดว่าทุนจีนสร้างการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทยหรือไม่? ทูตหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ตอบว่าจีนชูกลยุทธ์ที่เปิดกว้าง เพื่อการได้ประโยชน์ร่วมกัน ยืนหยัดในการเปิดกว้างที่ขยายวงมากขึ้น ในอุตสาหกรรมที่กว้างขึ้น และในระดับที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสร้างระบบเศรษฐกิจแบบใหม่ที่เปิดกว้างในระดับที่สูงขึ้น อาศัยความได้เปรียบของตลาดขนาดใหญ่พิเศษในประเทศจีน เพิ่มการเชื่อมโยงทรัพยากรภายในและภายนอก และปรับปรุงคุณภาพ และระดับของความร่วมมือทางการค้าและการลงทุน

ไทยเป็นคู่ค้าทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญของจีน

ในกระบวนการพัฒนาของการปฏิรูปและการเปิดประเทศของจีนมากว่า 40 ปีนั้น มีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากไปลงทุนและตั้งโรงงานในจีน พวกเขาไม่เพียงแต่ตระหนักถึงการพัฒนาของตนเองเท่านั้น แต่ยังมีส่วนร่วมสำคัญต่อการปฏิรูป และการเปิดประเทศของจีนอีกด้วย จีน-ไทยได้ยึดหลักการส่งเสริมกันและกัน และได้ประโยชน์ร่วมกัน จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าที่ใกล้ชิดที่สุด และนำผลประโยชน์ยิ่งใหญ่มาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าหลักของกว่า 140 ประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ ในโลก มีอุตสาหกรรมการผลิตที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก คิดเป็น 30% ของมูลค่าผลผลิตของโลก ตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศมีขนาดใหญ่ประมาณ 6.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 225.56 ล้านล้านบาท) และมีความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีการจดสิทธิบัตร WIPO 70,000 รายการ เมื่อปี 2565

จีนยินดีมอบโอกาสใหม่ให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกด้วยการพัฒนาใหม่ ๆ ของตนเอง และยินดีแบ่งปันผลประโยชน์จากการพัฒนาของจีนกับมิตรประเทศ เช่น ไทย ตลาดจีนอ้าแขนรับสินค้าที่มีคุณภาพเยี่ยมจากไทย สนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่มีคุณภาพสูงของจีนสร้างความร่วมมือตามความต้องการของฝ่ายไทย เพื่อช่วยพัฒนาประเทศไทย จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของไทย มูลค่าการค้ารวมของสินค้าเกษตรระหว่างจีนกับไทย เมื่อปี 2565 อยู่ที่ 13,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 454,570 ล้านบาท) โดยเป็นการส่งออกของไทยไปจีน 10,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 357,410 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อไตรมาสแรกของปีนี้

การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปยังจีน มีมูลค่าถึง 22,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 780,750 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 25.6% และ 90% ของสินค้าเกษตรของไทย เช่น ทุเรียนและมันสำปะหลัง ส่งออกไปยังจีน เกิดจากความเชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์ระหว่างผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงของไทย กับความต้องการของตลาดขนาดใหญ่ของจีน และแยกไม่ออกจากหลักประกันด้านนโยบายของทั้งสองฝ่ายอีกด้วย

จีนเป็นตลาดอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งมีพลวัตมากที่สุดในโลก เราทราบดีถึงความสำคัญของการส่งออกสินค้าเกษตรของไทย และยินดีที่จะเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าเกษตรของไทยต่อไป จากข้อมูลทางสถิติระดับเบื้องต้น ปัจจุบันมีบริษัทจีนเกือบ 700 แห่งที่ลงทุนในไทย ซึ่งมีทั้งอุตสาหกรรมการผลิตแบบดั้งเดิม บริการทางการเงินและการขนส่ง และอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น ข้อมูลและการสื่อสาร พลังงานใหม่ และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ความร่วมมือด้านการลงทุนเหล่านี้ ช่วยเสริมข้อได้เปรียบในท้องถิ่นของไทย การจ้างงาน การเก็บภาษี ห่วงโซ่อุปทาน และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย

ร่วมมือไทยปราบแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ

คำถามข้อห้า” ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรต่ออุตสาหกรรมสีเทา? ทูตหาน จื้อเฉียง กล่าวว่าเมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานมากมายเกี่ยวกับ “ทุนสีเทา”ในสื่อของไทย สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ จีนกำหนดให้พลเมืองและบริษัทจีนในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมาย และขนบธรรมเนียมของประเทศปลายทางอย่างเคร่งครัด ให้ประกอบธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และตอบแทนสังคมอย่างจริงจัง และพวกเขาก็ทำเช่นนั้นจริง มีบริษัทจีนในไทยจำนวนมากกระตือรือร้นกับการทำกิจการเพื่อสาธารณประโยชน์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาธุรกิจของพวกเขา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นนั้นเป็นที่ประจักษ์

มีชาวจีนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การพนันออนไลน์ และ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น ฝ่ายจีนสนับสนุนให้ฝ่ายไทยดำเนินการปราบปรามกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างเต็มที่ ซึ่งในความเป็นจริง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีนและไทยได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิด ในการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติอยู่แล้ว และกำลังประสบผลสำเร็จอย่างมาก

สิ่งที่ผมต้องการเน้นย้ำคือ ชาวจีนซึ่งประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมในไทยนั้นมีจำนวนน้อยมาก เราควรแยกแยะคนเหล่านี้ออกจากพลเมืองจีน และบริษัทจีนในประเทศไทย กลุ่มที่มีอำนาจบางกลุ่มมีเจตนาซ่อนเร้น โดยใช้เครือข่ายการสื่อสารเพื่อทำลายภาพลักษณ์ของจีน สร้างความขัดแย้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างจีนกับไทย เราต้องระมัดระวังอย่างมาก

ยืนหยัดรักษาสันติภาพ ริเริ่มความปลอดภัยโลก

คำถามข้อหก” ท่านมีความคิดเห็นต่อสถานะและบทบาทของจีนในเวทีโลกอย่างไร? โลกทุกวันนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในรอบศตวรรษ โลกมีหลายขั้ว โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจกำลังพัฒนาอย่างพลิกผัน การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรอบใหม่กำลังอยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น การพัฒนาอย่างสันติยังคงเป็นแนวโน้มของยุคสมัยและความปรารถนาของประชาชน ในเวลาเดียวกัน บางประเทศกำลังเคลื่อนไหวต่อต้านกระแสแห่งประวัติศาสตร์ พยายามหวนกลับไป สู่ความคิดแบบสงครามเย็น ส่งเสริมการกีดกันและการเผชิญหน้า และยั่วยุให้เกิดข้อพิพาทและความขัดแย้ง โลกได้มาถึงทางแยกแห่งสันติภาพและสงคราม ทางแยกแห่งความเจริญรุ่งเรืองและความเสื่อมถอยอีกครั้ง

จีนยืนหยัดเสมอมาในการรักษาสันติภาพของโลกและส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน กระชับและขยายความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกด้านความเสมอภาค การเปิดกว้างและความร่วมมือ มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการปฏิรูปและสร้างระบบธรรมาภิบาลโลก และมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการสร้างประชาคมที่มีอนาคตร่วมกันสำหรับมนุษยชาติ จีนเป็นผู้สร้างสันติภาพของโลกมาโดยตลอด เป็นประเทศเดียวในโลกที่บัญญัติคำว่า “ยึดมั่นในแนวทางการพัฒนาอย่างสันติ” ไว้ในรัฐธรรมนูญ และเป็นประเทศเดียวในบรรดา 5 รัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งให้คำมั่นว่า จะไม่เป็นประเทศแรกที่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ เมื่อเผชิญกับความท้าทายด้านความปลอดภัย

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เสนอข้อริเริ่ม ความปลอดภัยระดับโลก โดยสนับสนุนเส้นทางการรักษาความปลอดภัยใหม่โดยใช้การเจรจามากกว่าการเผชิญหน้า ความร่วมมือมากกว่าพันธมิตร และแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน
(win-win ) มากกว่าผลรวมเป็นศูนย์ จีนสนับสนุนให้แก้วิกฤติยูเครนผ่านการเจรจาพร้อมทำงานอย่างหนักเพื่อไกล่เกลี่ย โดยประสบความสำเร็จส่งเสริม การปรองดองครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่สำคัญของข้อริเริ่ม

นอกจากนี้จีนยังเป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาโลกมาโดยตลอด เศรษฐกิจของจีนมีมูลค่ากว่า 18 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 642.13 ล้านล้านบาท) เมื่อปี 2565 คิดเป็น 18.5% ของเศรษฐกิจโลก ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีนมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกต่อปีโดยเฉลี่ย 38.6% ทำให้จีนเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลกที่ใหญ่ที่สุด

ข้อริเริ่มการพัฒนาระดับโลกที่เสนอโดย ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง สนับสนุนให้ทุกประเทศยึดมั่นในลำดับความสำคัญของการพัฒนา ยืนหยัดยึดคนเป็นศูนย์กลาง ยึดมั่นในการมีส่วนร่วม ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน นี่คือภูมิปัญญาจีนและแนวทางแบบจีนที่ประเทศจีนอุทิศต่อการพัฒนาของโลก ได้รับการสนับสนุนและตอบรับอย่างรอบด้านจากกว่า 100 ประเทศ รวมทั้งไทย จีนเป็นผู้ปกป้องระเบียบระหว่างประเทศมาโดยตลอด ยึดมั่นใน ลัทธิพหุภาคีที่แท้จริง รักษาระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนหลัก เข้าร่วมองค์กรระหว่างประเทศที่ประเทศทั่วไปส่วนใหญ่เข้าร่วมและอนุสัญญาระหว่างประเทศมากกว่า 600 ฉบับ มีสนธิสัญญาทวิภาคีกับต่างประเทศมากกว่า 27,000 ฉบับ และปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างจริงจัง จีนจะยืนเคียงข้างประเทศกำลังพัฒนาเสมอ สนับสนุนประเทศกำลังพัฒนาอย่างเต็มที่ในการเพิ่มบทบาทและส่งเสียงของประเทศกำลังพัฒนาในกิจการระหว่างประเทศ

ทีมข่าวเดลินิวส์ได้ถามคำถามสุดท้าย “ข้อเจ็ด” ว่า ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ? ทูตหาน จื้อเฉียง ตอบว่า จีนและสหรัฐเป็นประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ความสัมพันธ์ที่ดีและมั่นคงระหว่างจีนกับสหรัฐ จะสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และเป็นความคาดหวังร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา สหรัฐใช้กลยุทธ์ที่สกัดกั้นการพัฒนาของจีน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ ประสบความเสียหายอย่างหนัก ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประสบความสำเร็จ ในการพบกันที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งสองฝ่ายบรรลุฉันทามติที่สำคัญ กระนั้นฉันทามติดังกล่าวถูกขัดขวางโดยการกระทำที่ไม่หวังดีของสหรัฐ

จีนและสหรัฐจะได้ประโยชน์หากมีความร่วมมือ แต่จะเสียประโยชน์หากมีการเผชิญหน้า ฝ่ายจีนจะปฏิบัติตามหลักการของการเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ซึ่งเสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการรับมือความสัมพันธ์กับสหรัฐ

เราหวังว่าสหรัฐจะหันหน้าเข้าหาจีน ละทิ้งแนวคิดแบบสงครามเย็น และเกมผลรวมเป็นศูนย์ แล้วร่วมผลักดันความสัมพันธ์ให้ออกจากสถานการณ์อันยากลำบากและกลับสู่เส้นทางเดิมที่ถูกต้อง ความพยายามที่จะสกัดกั้นการพัฒนาของจีนมิอาจจะสำเร็จได้ การกระทำอย่างนี้ท้ายที่สุดก็เป็นเพียง “การยกหินขึ้นมาแต่กลับหล่นทับขาตัวเอง” เท่านั้น.

ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป : เรื่อง / จุมพล นพทิพย์ – พิชญวัช ปรุงศักดิ์ : ภาพ

สัมภาษณ์พิเศษ”หาน จื้อเฉียง”โชคชะตาร่วมจีน-ไทยที่มั่นคง-มั่งคั่ง-ยั่งยืน
(ตอน1)