รายงานข่าวจากกรมทางหลวง (ทล.) แจ้งว่า สำนักก่อสร้างสะพาน อัปเดตการก่อสร้างโครงการปรับปรุงทางแยกต่างระดับเขาไม้แก้ว จ.ชลบุรี ระหว่าง กม. 14+500 (ทล.36)-กม.15+900 (ทล.36) และ กม.25+300 (ทล.331)-กม.26+533.049 (ทล.331) ระยะทาง 2.633 กม.งบประมาณ 591,900,000 บาท ได้ผลงานล่าสุด 83% จากแผนงาน 86% ช้ากว่าแผน 3% คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ก.ย. 66 ตามสัญญา โครงการมีบริษัทบุรีรัมย์ธงชัยก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้รับเหมาเริ่มต้นสัญญาวันที่ 1 ต.ค. 63 สิ้นสุดสัญญา 15 ก.ย. 66 ระยะเวลา 1,080 วัน

ก่อนหน้านี้คาดว่าจะเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จก่อนสัญญาช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อช่วยระบายการจราจรช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่เจอปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินของเอกชน 8 ไร่ วงเงินประมาณ 64 ล้านบาท ถ้าออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี ทำให้ผู้ใช้ทางเสียประโยชน์และเกิดความล่าช้า จึงปรับแบบใหม่เฉพาะส่วนถนนที่เกี่ยวกับรัศมีเลี้ยวโค้ง 1 จุด คือ ทิศทางจาก อ.บางละมุง มุ่งหน้าไป จ.ฉะเชิงเทรา รูปแบบเดิมจะก่อสร้างถนน 2 ช่องจราจร ต้องใช้พื้นที่เอกชนในการเวนคืน จึงปรับแบบรัศมีเลี้ยวโค้งลดลงไม่กินพื้นที่เอกชน ใช้เฉพาะเขตทางหลวงเท่านั้น โดยยังก่อสร้างถนน 2 ช่องจราจร คงความปลอดภัยตามมาตรฐานของการก่อสร้างเช่นเดิม

สำหรับโครงการทางแยกต่างระดับเขาไม้แก้ว อยู่บริเวณจุดตัด ทล.36 (สายกะทิงลาย–ปลวกเกตุ หรือถนนบายพาสพัทยา-ระยอง) กม.15+221 กับ ทล.331(สายสัตหีบ–พนมสารคาม) กม.25+800 พื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เดิม ทล.331 มีสะพานยกระดับข้าม ทล.36 โดยไม่มีทิศทางรถเลี้ยวขวาผ่านทางแยก (ต้องกลับรถ) จึงปรับปรุงก่อสร้างสะพานต่างระดับ 6 ตัว ประกอบด้วยสะพานข้าม ทล.36 จำนวน 2 ตัว ทิศทางจาก จ.ฉะเชิงเทรา ไป อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 1 ตัว และจาก อ.สัตหีบ ไป ฉะเชิงเทรา 1 ตัว

สะพาน 2 ตัว จากทิศทาง จ.ฉะเชิงเทรา เลี้ยวไปพัทยา 1 ตัว และสัตหีบไประยอง 1 ตัว รวมทั้งสะพาน 2 ตัว เป็นทิศทางจากพัทยาเลี้ยวไปสัตหีบ 1 ตัว และระยองไปฉะเชิงเทรา 1 ตัว ผิวจราจรคอนกรีต พร้อมวางท่อระบายน้ำ ท่อกลม บ่อพัก ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ป้ายจราจร และงานสีตีเส้นจราจร

ทล.36 และ ทล.331 เป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมโยงโครงข่ายพื้นที่ภาคตะวันออก รวมถึงภูมิภาคใกล้เคียง รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) กรมทางหลวงจึงพัฒนาโครงการภายใต้แผนงานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศตามนโยบายรัฐบาล เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เพิ่มขีดความสามารถรองรับปริมาณการจราจรในอนาคต



