หากว่ากันด้วยเรื่องผู้นำจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นบุคคลในแวดวงการเมือง ทุกคนต้องร้องอ๋อทันที จะเป็นใครที่ไหน ถ้าไม่ใช่ “กำนันหิต” ประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 ขวัญใจชาวภูไท เขต อ.เขาวง อ.นาคู และ อ.กุฉินารายณ์ ที่ผ่านการเลือกตั้งติดต่อกัน 8 สมัย ตอกย้ำชัยชนะอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด 14 พ.ค. 66 ที่ผ่านมา โดยมีคะแนนทิ้งห่างผู้สมัครหน้าเก่า หน้าใหม่ จากพรรคใหญ่ มาแรง อย่างใสสะอาด

ภาพลักษณ์ของ “กำนันหิต” ที่ประชาชนคนทั่วไปเคยสัมผัสอาจจะดูโผงผาง เสียงดัง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความจริงใจ ใช้ง่าย เข้าพบได้เสมอ นั่นล่ะคือเอกลักษณ์ของเอกบุรุษท่านนี้ ที่นั่งอยู่ในใจของชาวกาฬสินธุ์ เขต 6 มากว่า 20 ปี การันตีคุณภาพจากการเลือกตั้งทั้ง 8 ครั้งที่ผ่าน นับตั้งปี 2544-2566 โดยยัง “ยืนหนึ่ง” มาตลอด ได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้ปฏิบัติหน้าที่หลายคณะ เช่น ประธาน กมธ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนฯ, กมธ.พิจารณาศึกษาแนวทางในการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา สภาผู้แทนฯ, กมธ.วิสามัญพัฒนาศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับกัญชา กัญชงและกระท่อมอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนฯ และรองประธาน กมธ.พลังงาน สภาผู้แทนฯ
แต่ก่อนที่จะเข้าสู่สภาหินอ่อนเป็น ส.ส. 8 สมัย จะมีใครสักคนที่รู้ว่า “กำนันหิต” ในอดีตเคยเป็นช่างซ่อม ปะยาง ครูอัตราจ้าง ผู้ใหญ่บ้าน และกำนันตำบลกุดสิมคุ้มใหม่ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ก่อนที่จะเบนเข็มชีวิตสู่ถนนการเมืองอย่างเต็มตัว ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2544
กำนันหิต เล่าให้ฟังว่า ทีแรกไม่คาดคิดมาก่อนที่จะเป็นนักการเมือง คุณพ่อรับราชการครู คุณแม่เป็นแม่บ้าน ด้วยความเป็นลูกครู คุณพ่อก็อยากให้เจริญรอยตาม จึงไปเรียนศึกษาที่วิทยาลัยเทคนิคนครพนม แผนกช่างกลโลหะ จบ ปวส. มาสมัครครูอัตราจ้างที่โรงเรียนเขาวงพิทยาคาร สอนอยู่ 2 ปี รู้สึกว่าไม่ใช่แนวทางของเรา จึงออกมาเปิดร้านซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบริการปะยาง ชื่อร้าน “แอ้การยางอะไหล่ยนต์” ซึ่งคำว่า “แอ้” เป็นภาษาภูไท หมายถึงลูกคนสุดท้อง ก็ได้เรียนรู้ สัมผัสกับชีวิตชาวบ้านชาวช่อง ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ นั่นล่ะจึงเป็นจุดแรกเริ่มสนใจการบ้านการเมือง

“ต่อมาในพื้นที่มีการเปิดรับสมัคร สภ. (คณะกรรมการสุขาภิบาล) จึงลองสมัครกับเขาดู ปรากฏว่าได้รับการเลือกตั้งเป็น สภ.กุดสิมคุ้มใหม่ อยู่ได้ 3 ปี ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านกุดสิมคุ้มใหม่ ว่างลง เนื่องจากคนเก่าเกษียณ ก็ได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้าน ให้ลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน ได้รับการเลือกตั้งอีก เป็นผู้ใหญ่บ้านได้ 5 ปี ตำแหน่งกำนันว่างลง ก็มีเสียงสนับสนุนให้ลงสมัครและได้เป็นกำนัน ซึ่งในช่วงที่เป็นกำนัน ก็ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างควบคู่กันด้วย พอถึงปี 2540 รัฐบาลได้กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น คนที่อยู่ในตำแหน่งกำนัน จึงได้สวมหมวก 2 ใบ ทั้งในฐานะกำนันและฐานะประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
มีการแต่งตั้งคณะ ส.ส.ร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใช้ในการบริหารการเมืองการปกครองใหม่ ก่อนนำมาประกาศใช้ในปี 2544 ซึ่งให้มีการจัดเลือกตั้ง ส.ส. โดย จ.กาฬสินธุ์ แบ่งการเลือกตั้งออกเป็น 6 เขต ผมเห็นว่าน่าจะมีโอกาสเป็นผู้แทนฯ กับเขาบ้าง เพราะเขตเลือกตั้งที่ 6 ประกอบด้วย อ.นาคู อ.เขาวง และ อ.กุฉินารายณ์ ซึ่งเป็นเชื้อสายภูไทเช่นเดียวกัน ผมน่าจะได้รับแรงเชียร์แรงใจจากชาวภูไทสายเลือดเดียวกัน จึงได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งกำนัน ลงสมัครในสังกัดพรรคความหวังใหม่ ซึ่งสมัยนั้นมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรค”

กำนันหิต บอกว่า จากที่เคยเป็นกำนันมาก่อน ชาวบ้านจึงเรียกขานผมติดปากตั้งแต่นั้นมาว่า “กำนันหิต” ซึ่งการลงสมัคร ส.ส. ครั้งแรกประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นพรรคความหวังใหม่ได้ยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย ต่อมาเป็นพรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2544-2566 ลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ได้รับชัยชนะทุกครั้ง และเป็นเรื่องที่ภาคภูมิใจที่สุดที่ทุกครั้ง “ไม่เคยซื้อเสียง” แม้ทางตรงและทางอ้อม ส่วนที่มัดใจพี่น้องประชาชนก็คือความผูกพัน ความเป็นกันเอง เพราะความเป็นชาติพันธุ์ภูไทด้วยกัน ทั้งนี้ ด้วยอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของชาติพันธุ์ชาวภูไทนั้น แน่นแฟ้นเป็นหนึ่งเดียว มาตั้งแต่บรรพบุรุษ จึงยังคงอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมประจำท้องถิ่นตนมาอย่างเหนียวแน่น ดังจะเห็นได้จากวัฒนธรรมการแต่งกาย ภาษา การละเล่น ดนตรีพื้นเมือง รวมทั้งอาหารการกิน ที่ยังคงเอกลักษณ์เหนียวแน่นไม่เสื่อมคลาย
“ในฐานะที่เป็น ส.ส. มาหลายสมัย มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน และส่วนราชการ ท้องถิ่น ท้องที่ ในพื้นที่อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่างานบุญ งานกุศล งานประเพณีตามฮีต 12 คอง 14 ของชาวอีสาน งานเล็ก งานใหญ่ ใกล้ ไกล ไม่เกี่ยง กำนันหิตก็จะไปร่วมงานทุกครั้ง ให้ความเสมอต้นเสมอปลายกับพี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้าน แบบเข้าถึง พึ่งได้ ติดดิน โดยเฉพาะเป็นผู้ประสานงานจัดมหกรรมภูไทนานาชาติโฮมรากเหง้าเผ่าภูไท จากหลายจังหวัดในภาคอีสาน สปป.ลาว และเวียดนาม มาร่วมงาน ผสานวัฒนธรรมชาวภูไทอย่างกลมกลืน ให้ประชาคมโลกประจักษ์ถึงความพร้อมพรักสมัครสมานของชนเผ่าภูไทมาแล้วหลายครั้ง ผมจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณของชาวภูไทอีกด้วย” กำนันหิต กล่าว

กำนันหิต เล่าต่อไปว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยนั้น พี่น้องประชาชนชื่นชอบ ถูกใจ จึงฝังใจมาตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล มาถึงทุกวันนี้พี่น้องประชาชนยังให้ความนิยมศรัทธาไม่เลื่อมคลาย เช่น โครงการกองทุนเงินล้าน, โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค, การปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนการส่งเสริมผลิตภัณฑ์โอทอปต่างๆ ซึ่งเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้ชุมชน มีอาชีพ มีรายได้ มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนมาถึงปัจจุบัน สำหรับการหาเสียงของตน ก็ได้อิงนโยบายของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก ซึ่งทุกนโยบายเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาปากท้อง ยกระดับความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และสามารถนำมาปฏิบัติใช้ได้ทันที
“พี่น้องประชาชนพื้นที่กาฬสินธุ์ เขต 6 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน ทำไร่ ช่วงที่ผ่านมา บางท้องที่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำ บางปีประสบภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง ส่วนใหญ่น้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร เป็นน้ำบนดินที่ต้องอาศัยน้ำจากฟ้า ขณะที่น้ำที่มากที่สุดคือน้ำบาดาล แต่เรานำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้เพียงแค่ 1.4% เท่านั้น จึงมีนโยบายที่จะผลักดันให้มีโครงการนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้อย่างทั่วถึง ทุกอำเภอ เช่น บ่อบาดาลพลังงานโซล่าเซลล์ ซึ่งบ่อบาดาลแต่ละจุด มีสมรรถนะจ่ายน้ำเข้าสู่ระบบท่อให้บริการพื้นที่ 300-400 ไร่ ได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ เมื่อมีแหล่งน้ำแล้วก็จะมีน้ำใช้ทุกกิจกรรมตลอดปี”
กำนันหิต ยังกล่าวอีกว่า สำหรับปัญหายาเสพติด ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาสังคมนั้น มีแนวความคิดว่า การแก้ปัญหาควรจะมีการแยกผู้เสพ ผู้ค้า ในทางปฏิบัติเมื่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จับกุมบุคคล 2 กลุ่มนี้แล้ว ต้องแยกขัง มีการดำเนินการอย่างเฉียบขาด เข้มข้น อย่านำไปขังรวมกัน เพราะจะเป็นการเปลี่ยนถ่ายพฤติกรรม จากที่เคยเสพอย่างเดียวก็เปลี่ยนมาเป็นผู้ค้าด้วย หรือจากที่เคยเป็นผู้ค้าก็มาเป็นผู้เสพด้วย ที่ผ่านมาที่มีการขังรวม จึงแก้ปัญหาไม่ตก ดังนั้น การแก้ปัญหายาเสพติดต้องแก้ด้วยมิติใหม่ ไม่ใช่แค่พูดว่าเป็นวาระแห่งชาติเท่านั้น ต้องเป็นวาระเร่งด่วนและรีบดำเนินการให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จับได้ คัดกรองได้ แยกไปศูนย์บำบัด ให้องค์กรด้านทหารเข้ามาควบคุม, ฝ่ายสาธารณสุขฟื้นฟูจิตใจ, พัฒนาฝีมือแรงงานฝึกฝนอาชีพให้ โดยเฉพาะในส่วนของผู้ค้าต้องลงโทษสถานหนัก จะได้เกรงกลัว จะได้มีหวนกลับมาก่อเหตุซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างที่เคยเป็นมา

กำนันหิต กล่าวในตอนท้ายว่า อีกประเด็นที่เป็นปัญหาสะสมมาหลายปีคือปุ๋ยเคมีราคาแพง พี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรยังประสบกับความเดือดร้อน บ่นกันทุกวัน มาตรการที่ผ่านมา มีการรณรงค์ส่งเสริมทำเกษตรอินทรีย์ เพื่อลดทุนการผลิต ใช้ได้บางกรณีเท่านั้น และเกิดผลช้า แต่ถ้าจะแก้ปัญหาในภาพรวม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องลงมือแก้ไขได้แล้ว ทั้งนี้ สำหรับประเด็นแก้ไขปัญหายาเสพติด ปุ๋ยเคมีราคาแพง รวมทั้งผลักดันโครงการบ่อน้ำบาดาล ตนจะนำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
“บนเส้นทางการเมืองนั้น ผมยังมีไฟ และอยากจะทำอะไรอีกหลายอย่าง เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น หากผู้ใหญ่ในพรรคให้โอกาสหรือมองว่ามีความเหมาะสม ที่จะทำงานในหน้าที่รัฐมนตรี ก็อยากจะจับงานที่กำกับดูแลด้านท้องถิ่น ด้านเกษตรด้านมหาดไทย ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะเราอยู่ในพื้นที่เหมาะสมกับกระทรวงเหล่านี้มาก หากได้รับโอกาสก็จะมีอำนาจในมือ ในการที่จะพัฒนาพื้นที่ เพื่อนำความอยู่ดีกินดีมาสู่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ก็อยู่ที่โชคชะตาและวาสนา ว่าจะได้รับโอกาสนั้นหรือไม่” กำนันหิต-ประเสริฐ บุญเรือง ส.ส.กาฬสินธุ์ เขต 6 พรรคเพื่อไทย กล่าวจบการสนทนา โดยบ่งบอกถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน.
————————-
เสี่ยวหลงเปา



