เมื่อวันที่ 8 ก.ค ที่สำนักงานเขตพระโขนง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารกทม. ผู้บริหารเขต และหน้วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกิจกรรม “ผู้ว่าฯ สัญจร เขตพระโขนง” ว่า เขตพระโขนงเป็นเขตที่สำคัญ เนื่องจากเป็นรอยต่อระหว่างเมืองชั้นในและเมืองชั้นนอก มีขนาดราว 13 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 80,000 คน โดยภาพรวมการบริหารราชการเป็นไปได้ด้วยดี  เบื้องต้นได้กำชับให้มีการกวดขันเป็นพิเศษ 4 ข้อด้วยกัน คือ 1.การดูแลเรื่องการเก็บขยะมูลฝอย ซึ่งบางจุดในเขตมีการเก็บขยะเพียง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เห็นว่าควรมีการจ่ายเงินค่าล่วงเวลาให้พนักงานเก็บขยะ และเก็บขยะทุกจุดให้ได้อย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยจะต้องดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงภายใน 1 เดือนถัดจากนี้


2เนื่องจากพื้นที่ของเขตพระโขนงมีถนนหลัก 2  เส้น คือ ถนนสุขุมวิท และถนนรถไฟสายเก่า โดยถนนรถไฟสายเก่าเป็นถนนที่มีรถบรรทุกวิ่งเยอะ วิ่งเข้าสู่ท่าเรือคลองเตย โรงกลั่นน้ำมัน และโรงปูนต่างๆ วันละกว่า4,000 คัน ซึ่งกรณีนี้ทำให้เกิดทั้งมลภาวะ เรื่องเสียง เรื่องสภาพถนนที่เสียหาย จึงให้แนวคิดว่าต้องมีการกำกับดูแลเรื่องทั้งการปล่อยมลพิษของรถเหล่านี้ให้เข้มงวดตั้งแต่ที่ต้นทาง รวมทั้งดูแลเรื่องน้ำหนักบรรทุกด้วย 


เพราะถนนรถไฟสายเก่ามีการเสียหายค่อนข้างเยอะ เจ้าหน้าที่เขต เจ้าหน้าที่สำนักโยธาไปซ่อมแซมทุกอาทิตย์ ก็ได้ให้แนวนโยบายกับทางสำนักโยธาว่าให้ติดตั้งระบบชั่งน้ำหนักอัตโนมัติเลย หากพบรถที่น้ำหนักเกินทำความเสียหายให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด  รวมทั้งเรามีแหล่งอุตสาหกรรมอยู่ในพื้นที่ พวกโรงงาน โรงกลั่นน้ำมันต่างๆ ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อกังวลของประชาชนในแง่ที่ว่าจะอาจจะทำให้เกิดมลพิษ ก็ได้ให้สำนักสิ่งแวดล้อมไปเชื่อมโยงข้อมูลจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมว่า

ในกรณีที่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการตรวจวัดมลพิษแบบเรียลไทม์ให้เชื่อมโยงข้อมูลมาที่กรุงเทพมหานครด้วย จะได้เห็นเลยว่าการปล่อยมลพิษต่างๆมีมากน้อยแค่ไหน เพื่อความมั่นใจและทำให้ประชาชนมั่นใจขึ้นรวมถึงการตรวจแพลนท์ปูนต่างๆ ให้ดำเนินการอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง

3.ข้อร้องเรียนของประชาชน ในด้านการดูแลทางเท้าซึ่งมีหาบเร่แผงลอย วางแผงกีดขวางการสัญจรของประชาชน โดยเฉพาะบริเวณถนนใหญ่เส้นสุขุมวิทซึ่งไม่ใช่จุดผ่อนผัน รวมถึงการดูแลตลาดชุมชนที่อยู่ในบริเวณซอยต่างๆ ให้มีการจัดระเบียบการค้าขาย เพื่อบรรเทาปัญหาการวางแผงขายสินค้ากีดขวางเส้นทางการสัญจรของประชาชน และ4  ปัญหาที่เกี่ยวกับด้านอุทกภัยในเขตพระโขนง มีจุดที่เสี่ยงอยู่ประมาณ 4-5 จุด โดยเฉพาะ บริเวณซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยวชิรธรรมสาธิต) ซึ่งเป็นจุดที่มีอุโมงค์รับน้ำบึงหนองบอน และมีการทำถนนรวมถึงจุดการระบายน้ำที่บริเวณซอยสุขุมวิท 64 ใหม่ ทำให้ระบบการระบายน้ำในเขตพระโขนงสามารถรับมือกับปัญหาอุทกภัยได้ดียิ่งขึ้น


จากนั้น นายชัชชาติ ได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกับบุคลากรของสำนักงานเขตพระโขนง จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1. นายพิชิต พุทธประถม ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (ระบายน้ำ) บ2 ฝ่ายโยธา​ 2. นางสาวอรทัย สุดพวง​ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ​ 3. นางสาวทองฟู ร่วมสอน ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (กวาด) ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ​ 4. นายสุวิทชัย ทัศนศร ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานทั่วไป (เก็บขนมูลฝอย) ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ​ 5. นางสมควร ชากำนัน​ ลูกจ้างประจำ ตำแหน่งพนักงานสวนสาธารณะ​ ฝ่ายรักษาความสะอาดฯ​ซึ่งทั้ง 5 คนได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคลากรเขตพระโขนงให้ร่วมโต๊ะอาหารกลางวันกับผู้ว่าฯ กทม.


ในช่วงบ่ายนายชัชชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมชุมชนพึ่งตนเอง (5 ด้าน) ส่งเสริมสุขภาพ สร้างสุขทุกวัย และติดตามการบริหารจัดการถังดับเพลิงของชุมชนสุภาพงษ์ ตรวจเยี่ยมโรงเรียนสืบสานศิลปวัฒนธรรมล้านนา สถาบันแห่งการเปิดโอกาสด้านการเรียนรู้ของกลุ่มเด็กเปราะบาง และเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ตรวจเยี่ยมชุมชนเกตุไพเราะ 3-5 ต้นแบบชุมชนปลอดขยะ Zero Waste ซึ่งได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมติดต่อกันหลายปีจากหลายหน่วยงาน สามารถเลี้ยงปลาในกระชัง และได้รับรางวัลสุดยอดตลาดต้นแบบของกรุงเทพมหานคร.