สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ การที่สหรัฐมีแผนเตรียมส่ง คลัสเตอร์บอมบ์ หรือระเบิดดาวกระจาย หรือระเบิดลูกปราย เพื่อสนับสนุนยูเครนในการทำสงคราม ว่าสะท้อน “ความอ่อนแอและความสิ้นหวัง” ของรัฐบาลวอชิงตัน และบรรดาพันธมิตร ที่มีต่อความล้มเหลวของปฏิบัติการโต้กลับ ซึ่งยูเครนยังคงพยายามเดินหน้า และเน้นย้ำว่า เรื่องนี้ “ไม่มีผลอย่างแน่นอน” ต่อปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่
ทั้งนี้ สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เน้นย้ำ “คัดค้านการใช้คลัสเตอร์บอมบ์ในสมรภูมิ” ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ และองค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาไปในทางเดียวกัน ว่าการที่สหรัฐมีแผนเตรียมส่ง คลัสเตอร์บอมบ์ เพื่อสนับสนุนยูเครน มีแต่จะยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้แก่ประชาชน และไม่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศทุกฉบับ ที่ห้ามการใช้อาวุธดังกล่าว อีกทั้งจะยิ่ง “เพิ่มความสูญเสีย” ให้กับทุกฝ่าย
The US has reportedly decided to supply Ukraine with cluster bombs, despite the controversial nature of the weapon.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) July 8, 2023
We asked a military expert about the effects of cluster bombs and what they could mean for Ukraine's counteroffensive against Russia ⤵️ pic.twitter.com/vkQBHoIhZA
นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 สหรัฐเป็นหัวหอกฝ่ายตะวันตก ในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครน โดยในส่วนเฉพาะความสนับสนุนของรัฐบาลวอชิงตันนั้น มีมูลค่าสะสมแล้วมากกว่า 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.47 ล้านล้านบาท )
ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การตัดสินใจส่งมอบระเบิดดาวกระจายให้แก่ยูเครน “เป็นเรื่องยากลำบากมาก” อย่างไรก็ตาม “เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก” เนื่องจากรัฐบาลเคียฟไม่มีกระสุนเหลืออยู่แล้ว ซึ่งการประกาศของไบเดนสร้างความพอใจอย่างมาก ให้แก่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน
ขณะที่นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวเสริมว่า การที่รัสเซียรุกคืบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นอันตรายอย่างมากและชัดเจนต่อพลเมืองยูเครน ท่ามกลางภาวะที่กองทัพยูเครนขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์.
เครดิตภาพ : AFP



