สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ การที่สหรัฐมีแผนเตรียมส่ง คลัสเตอร์บอมบ์ หรือระเบิดดาวกระจาย หรือระเบิดลูกปราย เพื่อสนับสนุนยูเครนในการทำสงคราม ว่าสะท้อน “ความอ่อนแอและความสิ้นหวัง” ของรัฐบาลวอชิงตัน และบรรดาพันธมิตร ที่มีต่อความล้มเหลวของปฏิบัติการโต้กลับ ซึ่งยูเครนยังคงพยายามเดินหน้า และเน้นย้ำว่า เรื่องนี้ “ไม่มีผลอย่างแน่นอน” ต่อปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่


ทั้งนี้ สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เน้นย้ำ “คัดค้านการใช้คลัสเตอร์บอมบ์ในสมรภูมิ” ขณะที่องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมน ไรท์ส วอทช์ และองค์การนิรโทษกรรมสากล “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาไปในทางเดียวกัน ว่าการที่สหรัฐมีแผนเตรียมส่ง คลัสเตอร์บอมบ์ เพื่อสนับสนุนยูเครน มีแต่จะยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้แก่ประชาชน และไม่สอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศทุกฉบับ ที่ห้ามการใช้อาวุธดังกล่าว อีกทั้งจะยิ่ง “เพิ่มความสูญเสีย” ให้กับทุกฝ่าย


นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 สหรัฐเป็นหัวหอกฝ่ายตะวันตก ในการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้แก่ยูเครน โดยในส่วนเฉพาะความสนับสนุนของรัฐบาลวอชิงตันนั้น มีมูลค่าสะสมแล้วมากกว่า 42,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.47 ล้านล้านบาท )


ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การตัดสินใจส่งมอบระเบิดดาวกระจายให้แก่ยูเครน “เป็นเรื่องยากลำบากมาก” อย่างไรก็ตาม “เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก” เนื่องจากรัฐบาลเคียฟไม่มีกระสุนเหลืออยู่แล้ว ซึ่งการประกาศของไบเดนสร้างความพอใจอย่างมาก ให้แก่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน


ขณะที่นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวเสริมว่า การที่รัสเซียรุกคืบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นอันตรายอย่างมากและชัดเจนต่อพลเมืองยูเครน ท่ามกลางภาวะที่กองทัพยูเครนขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์.

เครดิตภาพ : AFP