วานนี้ (28 เม.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวที่น่าตกใจจากหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐโอริสสา ประเทศอินเดีย โดยชายวัย 50 ปี ชื่อว่า จีตู มุนดา ได้ขุดศพพี่สาวของตัวเองขึ้นมาแล้วแบกไปยังธนาคารในพื้นที่ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่า พี่สาวของเขาเสียชีวิตแล้วจริงๆ  และจะได้ถอนเงินจำนวนประมาณ 20,000 รูปี (หรือประมาณ 6,885 บาท) ออกจากบัญชีของเธอ

คลิปวิดีโอที่น่าขนลุกเผยให้เห็นภาพของมุนดาในสภาพที่ไม่สวมเสื้อและไม่สวมรองเท้า กำลังแบกโครงกระดูกที่ห่อด้วยผ้าคลุมเดินไปตามถนนในตอนกลางวันแสกๆ ก่อนจะวางร่างนั้นลงที่หน้าทางเข้าธนาคารโอริสส กรามีน ในเขตคีออนจาร์ 

ก่อนหน้านี้ มุนดาพยายามจะถอนเงินจากบัญชีของ คัลรา มุนดา พี่สาววัย 56 ปีที่เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 

มุนดาบอกกับนักข่าวผ่านล่ามว่า เขาไปธนาคารมาหลายรอบแล้ว แต่เจ้าหน้าที่บอกให้เขาพาเจ้าของบัญชีมาด้วยเพื่อถอนเงินที่ฝากไว้ในชื่อของเธอ แม้เขาจะบอกว่าพี่สาวตายแล้วแต่ไม่มีใครฟังและยืนยันว่าต้องพาตัวเธอมาด้วย ชายที่ทั้งโกรธและสิ้นหวังจึงกลับไปขุดหลุมศพของพี่สาวและนำโครงกระดูกของเธอออกมาเพื่อใช้เป็นหลักฐานการเสียชีวิตของเธอ 

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า มุนดาเป็นคนในพื้นที่ห่างไกลที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และไม่เข้าใจขั้นตอนทางกฎหมายเรื่องทายาทผู้เสียชีวิตและการรับมรดก ด้านเจ้าหน้าที่ธนาคารเองก็ไม่สามารถทำให้เขาเข้าใจขั้นตอนการถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียชีวิตได้

หลังจากเกิดเหตุการณ์ชายแบกศพพี่สาวไปธนาคาร ทางการก็เข้ามาช่วยเหลือมุนดาในการถอนเงินตามขั้นตอนทางกฎหมาย และร่างของพี่สาวเขาก็ได้รับการฝังใหม่อีกครั้งภายใต้การดูแลของตำรวจ 

ด้านประธานธนาคารโอริสสา กรามีนระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นเพียง “โชคร้ายอย่างยิ่ง” แต่ยืนยันว่าพนักงานทำตามขั้นตอนแล้ว รายงานข่าวระบุว่า มุนดาให้การสับสนเกี่ยวกับอาการของพี่สาว โดยตอนแรกบอกว่าเธอไม่สบายก่อนจะเปลี่ยนมาบอกภายหลังว่าเธอเสียชีวิตแล้ว ทางธนาคารจึงแจ้งมุนดาว่า เขาต้องใช้เอกสารทางกฎหมายเพื่อรับเงิน เช่น ใบมรณบัตร และใบรับรองสถานะทายาทผู้ตายตามกฎหมาย แต่เขากลับกลับมาพร้อมกับโครงกระดูกจนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว 

“แม้จะได้รับคำแนะนำแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมรับและต่อมาได้กลับมาพร้อมกับสิ่งที่อ้างว่าเป็นซากศพของพี่สาว สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกให้แก่พนักงานและลูกค้าของธนาคาร จนมีการแจ้งตำรวจในท้องที่ ซึ่งทางตำรวจได้เข้ามาแทรกแซงและจัดการสถานการณ์ที่เกิดขึ้น” ประธาน ริชิ ซิงห์ กล่าวต่อผู้สื่อข่าว เมื่อวันอังคาร

ทั้งนี้ คาดว่ามุนดาจะไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : X / ashoswai