น.ส.พรรณอวิกา ลิมปะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิลิ้งก์ ประเทศไทย จำกัด(Digilink Thailand Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ทำให้ธุรกิจต่างๆ กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยทั้งองค์กรขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอี ในการรุกทำตลาดในจีนล่าสุดบริษัท ดิจิลิ้งก์ ประเทศไทย จำกัด ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการ (Official Partner) ของ 2 แอปพลิเคชั่นใหญ่ ได้แก่
1. Douyin (โต่วยิน) ซึ่งเป็น App หลักที่คนจีนใช้สำหรับเชื่อมต่อกับโลกวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเดินทาง การท่องเที่ยว ซื้อของหรือรีวิวจากการดูคลิปต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ใช้งาน (Daily Active User) 600 ล้านยูสเซอร์ สำหรับเรื่องการท่องเที่ยว Douyin มีกลยุทธ์ในเรื่องของ “WALK, RUN, FLY” เพื่อช่วยเพิ่มการรับรู้ (Awareness) ให้กับคนที่ดูวิดีโอมากขึ้นเป็นแนวทางในการสร้างคอนเทนต์ และ การทำ Live-streaming จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการองค์กรขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอีไทย จะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ในการนำเสนอสินค้าต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น “Douyin”

2. Red Little Book หรือ XiaoHongShu (เสี่ยว หง ชู) ซึ่งเป็น App ที่ได้รับความนิยมอย่างมากของชาวจีน ปัจจุบันมียอดผู้ใช้งาน (Daily Active User) มากกว่า 200 ล้านยูสเซอร์ และในเดือนสิงหาคม 2565 นี้จะมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 500 ล้านดาวน์โหลดใน App Store และ Google Play ด้วยจุดเด่นเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างสูงในจีน สำหรับ influencer ที่เป็น KOC จะมาแชร์กัน และแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งของที่ต้องซื้อ การใช้ชีวิตแบบ Local การ planning การเที่ยว การรีวิวต่างๆ ซึ่งใน App นี้เอง และประเทศไทยเป็นหนึ่งในเดสติเนชั่นที่ชาวจีน นิยมมาท่องเที่ยว จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการองค์กรขนาดใหญ่ และเอสเอ็มอีไทย จะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคชาวจีน ในการนำเสนอสินค้าต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น “XiaoHongShu
น.ส.พรรณอวิกา กล่าวต่อว่า บริษัท มีความพร้อมเต็มที่ในการให้บริการผู้ประกอบการไทยทั้งองค์กรขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการขยายตลาดไปยังผู้บริโภคชาวจีน ด้วยโซเชียล มีเดียครบวงจร โดยมองว่าธุรกิจมีศักยภาพ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ชาวจีน และสามารถเข้าไปทำตลาดบนโซเชียล มีเดียของจีนได้นั้น ได้แก่ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริการ อสังหาริมทรัพย์ สินค้าอุปโภคบริโภค และ แฟชั่นและรีเทล สำหรับการรุกทำตลาดในปีนี้คาดว่าจะมีผู้ประกอบการคนไทยสนใจเข้าร่วมทำตลาดบนโซเชียล มีเดียจีนจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทมีรายได้ราว 200 ล้านบาท



