เมื่อวันที่ 9 ก.ค. กัน จอมพลัง เดินทางมายัง สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมกับ น.ส.นวรัตน์ ศักดิ์โชตินนท์ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ หลังจาก กัน จอมพลัง ได้รับคลิปเหตุการณ์ชายสูงวัยรายหนึ่งถูกหญิงในบ้านพักเดียวกันกระหน่ำตีด้วยไม้แขวนเสื้อส่งเสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด จนทำให้เพื่อนบ้านทนเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ไหว อัดคลิปส่งให้ กัน จอมพลัง ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ
ต่อมา กัน จอมพลัง พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อเข้าให้ความช่วยเหลือชายสูงวัยรายดังกล่าว โดยพบว่าชายสูงวัยรายนี้ชื่อ นายโอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี อาศัยอยู่บ้านกับป้าหม๊วยซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ โดยลุงโตกำลังนั่งอยู่หน้าบ้านตามลำพัง ตามลำตัวมีบาดแผลจากการถูกตีทั่วร่างกาย
ลุงโอ๋ กล่าวว่า ตนอาศัยอยู่กับพี่สาวที่บ้านหลังนี้ และถูกพี่สาวใช้ไม้แขวนเสื้อแบบลวดตีเรื่องที่ตนซื้อยาเส้นมาดู โดยจะถูกตีเฉพาะครั้งที่ถูกจับได้ว่าแอบสูบยาเส้นในตอนที่พี่สาวไม่อยู่บ้าน เมื่อพี่สาวกลับมาห็น ตนก็จะถูกทำโทษด้วยการตี
ทางด้าน กัน จอมพลัง กล่าวว่า หลังจากตนได้รับคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว รู้สึกสะเทือนใจที่คนในครอบครัวด้วยกัน ทำโทษหรือทำร้ายร่างกายกันด้วยความรุนแรงเช่นนี้ ตนจึงประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและ พม.จ.นนทบุรี ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งหากทางพี่สาวของชายสูงวัยรายนี้ ไม่พร้อมที่จะดูแลน้องชายแล้ว ตนก็จะหาสถานที่ใหม่ให้ชายสูงวัยรายนี้ไปพักอยู่อาศัยแทน

ในเวลาต่อมาทางพี่สาวของลุงโอ๋ได้เดินทางกลับมาถึงบ้าน พร้อมกับเปิดเผยว่า ตนยอมรับว่าเป็นคนใช้ไม้แขวนตีน้องชายจริง เพราะตนเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของน้องชายที่มีปัญหาปอดไม่ค่อยแข็งแรงดี จึงได้ห้ามปรามให้เขาเลิกสูบบุหรี่มาโดยตลอด ซึ่งเขาก็รับปากตนไว้แต่พอตนเผลอเมื่อไร น้องชายก็มักจะแอบไปซื้อบุหรี่มาสูบเป็นประจำ จนตนเกิดความโมโหจึงได้ใช้ไม้แขวนเสื้อตีน้องชายเพื่อสั่งสอน ตนยอมรับว่าได้ตีน้องชายด้วยความรุนแรงเกินไปเพื่อให้เขาหลาบจำ ตีเพราะความหวังดี ซึ่งในตอนที่ตีเขาตนก็สอนเขาไปด้วยว่าให้เลิกสูบบุหรี่เพราะเป็นห่วงสุขภาพเขา แต่เขาก็ทั้งสาบานทั้งโกหกตนมาหลายครั้งแล้วว่าจะไม่สูบแอบสูบบุหรี่ แต่สุดท้ายก็แอบสูบเป็นประจำ โดยในช่วงที่ตนไม่อยู่บ้าน ที่ผ่านมาตนก็ไม่เคยคิดว่าน้องชายคนนี้เป็นภาระใดๆ เพราะตนได้เลี้ยงดูแลเขามาตั้งแต่พ่อแม่เสียไปเพราะเขาไม่ได้เรียนหนังสือ สื่อสารได้ช้า ตนจึงเป็นห่วงเขาเพราะเหลือกันอยู่เพียงสองพี่น้อง ซึ่งตนยินดีที่จะเลี้ยงดูแลน้องชายคนนี้ต่อไป
ทางด้านลุงโอ๋ กล่าว่า ตนยอมรับว่าได้ทำผิดคำพูดกับพี่สาวไว้จริง เรืองที่ไปแอบซื้อบุหรี่ยาเส้นมาสูบ ซึ่งตนจะสูบวันละประมาณ 10 ม้วนโดยเฉพาะในช่วงที่พี่สาวไม่อยู่บ้าน เมื่อพี่สาวจับได้ตนก็จะถูกตีด้วยไม้แขวนเสื้อทุกครั้ง แต่ตนไม่ได้โกรธอะไรพี่สาว
ต่อมาหลังจากเชิญตัวพี่กับน้องเดินทางมาพูดคุยหารือเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะอยู่บ้านหลังเดียวกันต่อไป ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ พม.จ.นนทบุรี จึงได้ให้พี่สาวและน้องชายสูงวัย ทำบันทึกข้อตกลงปรับความเข้าใจกันเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถอยู่อาศัยด้วยกันต่อไป โดยไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายร่างกายหรือลงโทษรุนแรงในลักษณะนี้อีก ซึ่งทางลุงโอ๋ก็รับปากว่าจะไม่สูบบุหรี่อีก



