ยกเลิกแล้วหลังจากคนไทยได้ยินชื่อนี้โผล่มาทำยึกยักช่วงรัฐบาล‘นายกฯนิดเศรษฐา ทวีสิน ว่าจะเอาอย่างไรกัน ตอนนั้นว่ากันว่าจะให้รีบเจรจา เพื่อใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลในพื้นที่อ้างสิทธิ์ฯ ก่อนที่พลังงานสะอาดจะมาแทนพลังงานฟอสซิลใน 50 ปี

เกิดข้อปริวิตกกันไปต่างๆ นานา ว่า จะมีผลอะไรกระทบทางไทยหรือไม่ ต้องบอกกันก่อนว่า“อย่าไปคิดมากกับเขมร ไทยรับมือได้” เห็นมันฮึ่มฮั่มๆ อะไรก็เป็นปกติในฐานะคู่เซ็น MOU ก็ต้องมีปฏิกิริยา อีกทั้งเขมรก็พยายามปลุกกระแสชาตินิยมของตัวเองอยู่แล้ว มีอะไรมันก็ด่าไทยไว้ก่อน ชาตินิยมแบบเขมรก็อารมณ์แบบพวกขี้แพ้ที่หาเรื่องก่อน เปิดก่อน พอโดนทุบน่วมก็จะเล่นบทเหยื่อ จะเล่นบทเราเป็นแค่ประเทศเล็กๆ ที่รักความสงบทำไมถึงทำกับฉันได้ บลาๆ

หลังยกเลิก MOU44 ที่ต้องทำต่อมาคือแจ้งไปยังเขมร แต่ทางนั้นเหมือนจะรู้แล้ว เพราะปรัก สุคนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเขมรแสดงความผิดหวังผ่านสื่อ ว่าไทยยกเลิกกระบวนการทวิภาคี และว่า เขมรพร้อมเข้าสู่การเจรจาในกรอบ United Nations Convention on the Law of the Sea ( UNCLOS )  หรืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ซึ่งใครจะได้เปรียบเสียเปรียบยังไม่รู้ แต่ไทยไม่ยอมให้เขมรมาลากเขตแดนตีกินดินแดนแน่ๆ

เมื่อแจ้งไปยังเขมร ก็ต้องรอดูว่า ทางนั้นคัดค้านอะไรหรือไม่ ถ้าพร้อมจะเดินหน้าเข้าสู่กรอบของ UNCLOS ก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 5 คน ประเทศละ 2 คน ในส่วนของประธานให้โหวตร่วม คณะกรรมการก็ทำหน้าที่รับฟังข้อเท็จจริง หลักฐาน และทำรายงานเสนอต่อประเทศคู่พิพาท เพื่อให้รายงานนั้นเป็นเครื่องมือใช้พิจารณาและใช้เจรจาต่อไป ปรัก สุคน ได้ให้ความเห็นต่อสื่อ Phnom Penh Post  ทำนองว่า เหมือนเป็นการเปลี่ยนเจรจาทวิภาคีเป็นพหุภาคี

เบื้องต้นสิ่งที่เข้าใจกันคือ“กลไกคณะกรรมการไกล่เกลี่ยไม่ได้มีข้อผูกมัด” ดังที่ ‘นายกฯหนูอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทยพูดทำนองว่า“อาจมี MOU70 ก็ได้” ที่กลไกอะไรมันต่างจาก MOU44 หรือไม่แน่ว่าอาจมีความพยายามดึงเรื่องไปยังองค์กรระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ อย่างศาลโลก …แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อะไรๆ มันเพิ่งเริ่ม เรายังไม่รู้ชัดว่า กระบวนการเจรจาต่อไปเป็นอย่างไร เจรจาแบ่งพื้นที่หรือให้บริหารจัดการร่วม

ถ้าเจรจาแบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน จะมีข้อขัดแย้งเรื่องการอ้างแผนที่คนละมาตราส่วน ซึ่งไทยต้องประท้วงการที่เขมรลากเสียชิดเกาะกูด ข้อพิพาทเรื่องเขตแดนเจรจาไม่ง่ายอยู่แล้ว โดยเฉพาะความสัมพันธ์ไทย-เขมรก็ใช่ว่าจะดี ไทยเองก็ต้องระวังกำลังตามแนวชายแดน เพราะมีโอกาสถูกหาเรื่องได้ตลอดเวลา โดยอ้างว่า“ทหารเขมรพร่องวินัย” ข้อพิพาทด้านพื้นที่ปลุกกระแสชาตินิยมได้ง่าย โดยเฉพาะเขมรยิ่งพร้อมจะเล่นเรื่องนี้ ตระกูลฮุนหวังกระแสเลือกตั้งปี 70

เมื่อเป็นประเด็นระหว่างประเทศในภาคการเจรจา ทุกสายตาคนไทยจับจ้องไปที่ ‘รมต.อ้วนสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ผู้ทำผลงานจนเป็นที่ชื่นชม ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ ที่ตอบโต้เขมรได้ทุกดอก ชี้หน้ากลางเวทีโลกว่าเป็น“เด็กขี้โกหก” ที่พยายามรับบทเหยื่อทั้งที่รุกรานไทยก่อน ชาตินิยมเป็นประเด็นเกียรติยศศักดิ์ศรีของทุกรัฐบาล ภาระแบกหนักอยู่ที่สีหศักดิ์ทันที ที่จะไม่ให้ไทยเสียเหลี่ยมเขมร ไม่ให้ประเทศที่สามเข้ามากดดันไทยได้

ประเดิมฉากแรกในเวทีอาเซียนซัมมิท ที่เซบู ฟิลิปปินส์ 7-9 พ.ค.นี้ ไทยจะพบกับเขมรครั้งแรกหลังยกเลิก MOU44 จะหารือถึงแนวทางพูดคุยต่อจากนี้เลยหรือไม่ ผู้นำทั้งสองฝ่ายไปที่เวทีนี้ ‘ฮุน มาเนต’นายกฯ เขมรเองก็ไป ต้องจับตาใกล้ชิดเพราะเฉพาะหน้าอาจมีผลต่อความอ่อนไหวชายแดน แต่อย่างไรไทยก็อ่อนให้ไม่ได้ เขมรเหลี่ยมจัดมากี่รอบ ไม่ใช่แค่เรื่องชายแดนแต่ยังระรานมาถึงการอวดอ้างวัฒนธรรมไทยเป็นของตัว ที่รัฐบาลก็ต้องจัดการด้วย

วัดฝีมือทั้งนายกฯ ทั้ง รมว.ต่างประเทศ คนไทยอยากปิดจบกับปัญหาเขมรเสียที เกรียนหลายเรื่องแล้ว.