คดีตัวอย่างการใช้อีโมจิตอบรับและข้อความและกลายเป็นผลผูกพันตามกฎหมายนี้ เกิดจากกรณีการซื้อขายเมล็ดพันธุ์พืชของคู่ค้าจากแคนาดา เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2564

เหตุเกิดที่ศาลสูงแห่งรัฐซัสแคตเชวัน ซึ่งเปิดพิจารณาคดี ซึ่งมีเหตุมาจากการที่ เคนต์ มิกเคิลเบอโรห์ ผู้ซื้อเมล็ดพันธุ์พืชและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากเขตเซาท์เวสต์ เทอร์มินัล ส่งข้อความแจ้งความประสงค์จะขอซื้อเมล็ดแฟลกซ์จากเกษตรกรผู้ผลิตหลายราย

หลังจากส่งข้อความขอซื้อไปแล้ว มิกเคิลเบอโรห์ ก็ได้รับโทรศัพท์จาก บ็อบ แอชเทอร์ แห่งบริษัท แอชเทอร์ แลนด์ แอนด์ แคทเทิล จำกัด ต่อมาก็ได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับ คริส แอชเทอร์ ผู้เป็นลูกชาย 

จากนั้น มิกเคิลเบอโรห์ ก็ร่างสัญญาซื้อชาย โดยระบุว่าทางบริษัทเซาท์เวสต์ เทอร์มินัล ขอซื้อเมล็ดแฟลกซ์จำนวน 86 ตัน มีกำหนดส่งภายในเดือน พ.ย. 2564 จากนั้น มิกเคิลเบอโรห์ก็เซ็นชื่อในสัญญา ถ่ายภาพเอกสารและส่งไปให้ คริส แอชเทอร์ พร้อมข้อความกำกับว่า “กรุณายืนยันสัญญาซื้อขายเมล็ดแฟลกซ์ด้วย”

คริส แอชเทอร์ ตอบรับข้อความด้วยการส่งสัญลักษณ์อีโมจิรูปยกนิ้วโป้งให้ ซึ่งอีกฝ่ายตีความว่า แอชเทอร์ ตกลงตามสัญญาที่ร่างไว้และลงนามแล้ว 

ทว่า เมื่อถึงกำหนด บริษัทแอชเทอร์แลนด์ฯ กลับไม่ได้ส่งสินค้าให้ทาง เซาท์เวสต์ เทอร์มินัล ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น ราคาของเมล็ดแฟลกซ์ได้พุ่งขึ้นสูงกว่าเดิมมาก ทาง แอชเทอร์ อ้างว่า การส่งอีโมจิยกนิ้วโป้งให้อีกฝ่ายเป็นเพียงการบอกว่า บริษัทได้รับข้อความจาก เซาท์เวสต์ฯ แล้ว แต่ไม่ได้ตกลงตอบรับว่าเป็นสัญญาซื้อขาย

แอชเทอร์ กล่าวว่า เขาไม่มีเวลาตรวจดูเอกสารสัญญาซื้อขายและแค่ต้องการบอกอีกฝ่ายว่าได้เห็นข้อความของเขาแล้ว

แอชเทอร์ กล่าวว่า เขาไม่เคยค้นหาความหมายของสัญลักษณอีโมจิรูปยกนิ้วโป้งทางออนไลน์ด้วยเสิร์ชเอนจินกูเกิล ส่วนทนายความของเขาก็ชี้ว่า แอชเทอร์ “ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญการใช้สัญลักษณ์อีโมจิ”

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเซาท์เวสต์ได้ชี้แจงว่า พวกเขาเคยตกลงซื้อขายด้วยการส่งเอกสารสัญญาผ่านช่องทางพูดคุยและส่งข้อความออนไลน์มาก่อนแล้วหลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งทาง แอชเทอร์ ก็ตอบรับด้วยสัญลักษณ์อีโมจิดังกล่าว

ในการตัดสินคดี ผู้พิพากษา ทิโมธี คีน ชี้ว่าแม้การใช้สัญลักษณ์อีโมจิรูปยกนิ้วโป้งจะไม่ใช่การ “ลงนาม” ในเอกสารสัญญาตามปกติ แต่ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่ามีผลเช่นเดียวกับการเซ็นชื่อในเอกสาร

ด้วยเหตุนั้น สัญญาฉบับดังกล่าวจึงมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย เท่ากับ แอชเทอร์ ผิดสัญญา ศาลจึงสั่งให้ชดเชยค่าเสียหายแก่บริษัทเซาท์เวสต์ เทอร์มินัล เป็นเงิน 82,200.21 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 2.17 ล้านบาท) รวมดอกเบี้ย

ทนายความของ แอชเทอร์ พยายามแย้งว่า คำตัดสินดังกล่าวจะกลายเป็นข้ออ้างอิงได้ว่า การส่งอีโมจิอาจมีผลตามกฎหมาย แต่ผู้พิพากษาปัดตกคำค้านดังกล่าว และชี้ว่าถึงเวลาแล้วที่ระบบยุติธรรมจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับการใช้สัญลักษณ์อีโมจิและสัญลักษณ์อื่นใดในทำนองเดียวกัน

ที่มา : businessinsider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES