เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.ค. ที่รัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค. ว่า นัดประชุมเวลา 09.30 น. โดยวาระสำคัญคือเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งการดำเนินการประชุมจะโดยยึดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา ส่วนจะต้องมีการซักซ้อมหรือไม่นั้น ตนคิดว่าคงไม่ต้องมีอะไรมาก แต่เพื่อให้เวลาการประชุมกระชับขึ้นในที่ 11 ก.ค. นี้ ตนจะเชิญวิป ส.ว. และตัวแทนพรรคการเมืองมาประชุมร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจกันก่อนในระดับหนึ่ง ซึ่งประชุมรัฐสภาหรือการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นเรื่องที่สมาชิกสามารถอภิปรายได้ตามข้อบังคับ ส่วนวิปทำหน้าที่เพียงแต่หาแนวทาง เพื่อให้การอภิปราย หรือการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมจะมาเยิ่นเย้อจนเกินไป ส่วนจะให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่นั้น ในข้อบังคับไม่ได้มีการกำหนดไว้ เหมือนกับการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องมีการแสดงวิสัยทัศน์ แต่หากมีสมาชิก ในที่ประชุมเสนอขึ้นมาเป็นญัตติ ก็จะต้องถามที่ประชุมว่าจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์หรือไม่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม

เมื่อถามว่า ทางพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ระบุว่าได้เสียง ส.ว. ครบแล้ว ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะสามารถโหวตจบในครั้งเดียวได้ หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถรับทราบกรณีความเห็นใดๆ เพราะประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องวางตัวเป็นกลาง ก็เป็นเรื่องของสมาชิก ส.ว. และเป็นเรื่องของพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยในกรณีที่ประชาชนจะมารอฟังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ตนได้คุยกับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบไปแล้วทั้งของสภา ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยได้วางแผนให้รอบคอบที่สุด เรายินดีและจะเปิดพื้นที่บางส่วน บริเวณตรงข้ามถนนทหาร ซึ่งเป็นสถานที่ของ กทม. เนื่องจากบริเวณหน้ารัฐสภามีการก่อสร้างอยู่เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสามารถบรรจุคนได้เกือบหมื่นคน โดยทาง กทม. ก็ยินดีให้ใช้ ก็ตามต้องขอขอบคุณทาง กทม. ในส่วนนี้ด้วย และเราพร้อมบริการอำนวยความสะดวกในเรื่องของห้องน้ำ เต็นท์ เนื่องจากเป็นหน้าฝนและคิดว่าหากอยู่ตรงนั้นอาจเพียงพอ ส่วนบริเวณอื่นๆ เจ้าหน้าที่จะจัดการเพื่อให้เกิดความปลอดภัย โดยอาจจะใช้ประกาศ ชุมนุมในที่สาธารณะเป็นหลัก ซึ่งเราจะพยายาม ไม่ให้มีความรู้สึกระหว่างประชาชนกับสภา เป็นอย่างอื่น แต่เราจะต้องให้การประชุมรัฐสภานั้นสามารถกระทำได้ด้วยความเรียบร้อยเพราะเป็นการประชุมสำคัญ และเพื่อไม่ให้เกิดความวิตกกังวลต่อการเข้าร่วมประชุมของสมาชิกรัฐสภา

“เขาไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรีบเข้ามาและออก เพราะจะเกิดความไม่ปลอดภัยเราห้ามไม่ได้ ฉะนั้นบรรยากาศที่ผมในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องทราบ เพื่อไม่ให้สมาชิกเกิดความวิตกกังวล เพื่อให้สามารถประชุมและลงมติได้อย่างเต็มที่ และอิสระ รวมถึงอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก ประชาชนที่มา ทั้งนี้ ก็คงต้องขอความร่วมมือ เพราะเป็นการประชุมที่สำคัญ และรัฐสภาแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญของบ้านเมือง แต่เราก็พยายามให้คนที่อยากจะมา ซึ่งหากท่านไม่มาก็สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ในหลายช่องทางอยู่แล้ว หากฝนตก แดดออกเราก็เตรียมสถานที่ไว้ให้ หากไม่เกินหมื่นคน ซึ่งผมกับทาง กทม. ได้จัดพื้นที่ให้ โดยเป็นบริเวณที่สามารถมองเห็นสภา ได้ชัดเจนกว่าที่อื่น” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว

เมื่อถามว่า ข้อเสนอของ ส.ว. ที่บอกว่าหากไม่สามารถโหวตนายกรัฐมนตรีได้ในรอบแรกได้ ขอให้มีการปัดตกชื่อได้มีการคุยกับทางประธานวุฒิสภาแล้วหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย

เมื่อถามถึง กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะพิจารณาเรื่องหุ้นของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคก้าวไกล (ก.ก.) จะมีผลต่อการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 13 ก.ค. นี้หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เรายังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะยังไม่เกิดขึ้น.