ยกให้เป็นพระเอกวัยรุ่นสุดฮอตคนนึงของยุคนี้ สำหรับ วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ที่มาจนถึงวันนี้ เจ้าตัวยังไม่หยุดท้าทายตัวเองกับบทบาทที่แปลกใหม่และหลากหลาย โดยล่าสุดหนุ่ม วิน ได้ก้าวออกจากเซฟโซนอีกครั้ง กับ    “Enigma คน มนตร์ เวท”  ซีรี่ส์สุดลึกลับ ที่สะท้อนความโลภได้อย่างน่าสนใจ ผลงานผู้กำกับ โอ-ปัฏฐา ทองปาน  ที่จะทำให้หนุ่ม วิน ได้โชว์ฝีมือการแสดงอีกขั้น ในบทของ “อาจิน” ครูหนุ่มผู้ลึกลับ ที่เต็มไปด้วยความดุดัน และเจ้าเสน่ห์ น่าหลงใหล

ล่าสุด “บันเทิงเดลินิวส์” มีโอกาสได้พูดคุยกับหนุ่ม วิน แบบสุดเอ็กซ์คลูซีพ ถึงการแสดงในครั้งนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของพระเอกหนุ่มในการรับบทดังกล่าว นอกจากนี้ยังเปิดมุมมองความคิดของหนุ่มกับเส้นทางบันเทิง มุมมองต่ออนาคตในสายอาชีพนี้ รวมทั้งเป้าหมายที่อยากประสบความสำเร็จในวงการ ที่เจ้าตัวอยากให้คนมองว่าคาแรคเตอร์นี้ต้องเป็นวินเท่านั้นที่เล่นด้วย!

เรื่องย่อ

มาร่วมไขปริศนาไปกับเรื่องราวโรแมนติกระทึกขวัญสุดอันตรายในรั้วโรงเรียน  เมื่อ  “ฟา” (รับบทโดย พรีม-ชนิกานต์ ตังกบดี  ) นักเรียนชั้น ม.6 ในโรงเรียนสตรีคูรัตน์ โรงเรียนที่ขึ้นชื่อเรื่องการศึกษาอันดับต้นๆ ของประเทศ และเข้มงวดเรื่องการเรียนมาก จนทำให้นักเรียนเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องเกรดและคะแนนสอบ ซึ่งฟาเองก็ได้แต่ตั้งใจเรียนไม่ต่างกับนักเรียนคนอื่น แต่แล้ววันหนึ่ง เรื่องราวแปลกๆ ก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อเด็กหัวกะทิคนหนึ่งเกิดสติแตก เอาดินสอที่เหลาจนแหลมไล่แทงครูจนบาดเจ็บหนัก แม้โรงเรียนจะบอกว่าเกิดจากความเครียดจากการเรียน แต่ฟากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของเรื่องนี้ ราวกับว่าโลกที่เป็นปกติของเธอ กำลังค่อยๆ มีรอยร้าวเล็ก ๆ ซ่อนอยู่

“ฟา” เริ่มสนใจในเหตุการณ์ประหลาดในโรงเรียนมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับที่เริ่มมีคดีแปลกๆ มากขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่แปลกที่สุดก็คือ เรื่องราวทั้งหมดดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับครูที่มาใหม่คนหนึ่งอยู่เสมอ..ครูที่ภายนอกดูงงๆ ป้ำๆ เป๋อๆ แต่กลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอหยุดมองเขาไม่ได้..ครูที่ชื่อ “อาจิน” (รับบทโดย วิน เมธวิน) และการที่ “ฟา”เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมดนี้ กำลังจะพาเธอไปสู่โลกใบใหม่ที่อันตรายกว่าที่เธอคาดคิด โลกที่เธอคิดมาตลอดว่ามันเป็นแค่เรื่องงมงาย.. แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเธอเชื่อมากพอ..มันจะเป็นจริง ติดตามชมซีรีส์ “Enigma คน มนตร์ เวท” ทุกวันเสาร์ เวลา 20.30 น. ทาง Prime Video  และ ช่อง GMM25   

Q :  อะไรเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจรับเล่นซีรีส์เรื่องนี้?

วิน : จริงๆ ตอนแรกผมมีโอกาสได้อ่านทรีตเมนต์ (โครงเรื่อง) ก่อนครับ ทางทีมงานส่งมาให้ผมดูก่อนว่าคิดเห็นยังไง พอเราได้อ่านตั้งแต่ตัวทรีตเมนต์แล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ย! มันสนุกมากเลย ขนาดตัวบทยังไม่ออกมายังขนาดนี้ แล้วด้วยความที่มันมีแค่ 4 ตอน แต่ผมคิดว่ามันเป็น 4 ตอนที่เข้มข้นมากจริงๆ มันน่าติดตามไปหมดเลย คือเราไม่สามารถพลาดช่วงใดช่วงหนึ่งของเรื่องได้เลยเพราะว่าทุกอย่างมันร้อยเรียงมาได้น่าติดตาม น่าค้นหา น่าตื่นเต้นตลอด ทำให้เราคิดอยู่ตลอดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อ ผมคิดว่านั่นคือจุดที่น่าสนใจของมัน เรารู้สึกว่าถ้าเราอ่านเรื่องไหนแล้วเราเองยังรู้สึกว่าน่าติดตาม มันก็น่าจะออกมาดี ก็เลยตัดสินใจรับเล่นเรื่องนี้ อีกเหตุผลนึงก็น่าจะเป็นเรื่องคาแรคเตอร์ที่เราไม่เคยรับบทบาทแบบนี้มาก่อนเลยด้วยครับ

Q :  ช่วยเล่าเรื่องเกี่ยวกับตัวละคร “อาจิน” ให้ฟังหน่อย?

วิน :  สำหรับ ‘อาจิน’ เป็นคนที่มีเป้าหมายชัดมากว่าฉันใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนี้เพื่อทำอะไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำ สิ่งที่เขาเจอ มันก็จะมุ่งตรงไปที่เป้าหมายนั้น เขาจะเป็นคนเป้าหมายชัดเจน จริงจัง ดุดัน แล้วก็อาจจะมีพาร์ทที่ปากร้ายนิดหน่อย เพราะว่าเรื่องราวที่เขาเจอมามันอาจจะไม่ได้สวยงามซักเท่าไร เพราะฉะนั้นในเรื่องทัศนคติของเขา ในบางเรื่องเขาอาจจะไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดนั้นครับ

Q :  ส่วนตัวรู้สึกยังไงบ้างกับบทนี้?

วิน :  ผมรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์และน่าดึงดูดมาก อย่างที่บอกว่าโลกที่เขาอยู่ เป้าหมายที่ชัดเจน ในความจริงจังดุดันของเขา แต่ว่าเขาก็มีมุมที่อ่อนโยนกับคนใกล้ตัวเขา มันก็ดูเป็นความต่างที่น่าสนใจ

Q :  คาแรคเตอร์ “อาจิน” มีอะไรที่ “วิน” รู้สึก Relate กับตัวละครนี้จนรู้สึกได้ และมีอะไรที่แตกต่างมาก ๆ จนถึงคิดว่าต้องทำการบ้านเพิ่มบ้างไหม?

วิน :   สิ่งที่ ‘อาจิน’ ต่างจากตัวผมมากๆ เลยคือความดุดัน ความหนักในอารมณ์ทั้งหมดที่เขามี อย่างที่บอกว่าด้วยความที่เป้าหมายเขาชัดเจนมาก เพราะฉะนั้นเขารู้ตลอดเวลาว่าสิ่งที่เขาทำคือเขาต้องการจัดการสิ่งนี้ เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ เพราะฉะนั้นด้วยอารมณ์และนิสัยส่วนตัวของเขาจะเป็นคนดุดันและพร้อมจะชน พร้อมจะสู้ตลอด เป็นตัวละครที่มุ่งมั่น จริงจัง แล้วก็มีเป้าหมายชัดเจนมากๆ ว่าเขาจะทำอะไร ซึ่งเป้าหมายของเขามันไม่ใช่เป้าหมายที่เราจะเจอในโลกนี้เลย เราก็เลยรู้สึกว่ามันต่างจากตัวเรามาก ส่วนสิ่งที่เหมือน ผมว่าน่าจะเป็นความจริงจังในสิ่งที่ทำ เราลึกกับมัน เราหาข้อมูลในสิ่งที่เราสนใจและสิ่งที่เราชอบครับ

Q :  เห็นในตัวอย่างซีรีส์บอกว่า ความอันตรายนั้นน่าดึงดูด แล้วสิ่งที่น่าดึงดูดที่สุดของตัวละครคืออะไร?

วิน :  หน้าตาครับ (หัวเราะ) สำหรับผม ผมรู้สึกว่าสิ่งที่เขาชำนาญ แล้วก็โลกของไสยศาสตร์ที่เขาอยู่ มันเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดแล้วก็ทำให้ผมรู้สึก ว้าว! เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่คนธรรมดาจะไม่ได้รู้เลยว่ามันเป็นยังไง แต่พอได้มาเจอคนคนนี้ มันทำให้เรารู้เรื่องนั้นมากยิ่งขึ้น อีกอย่างนึงคือผมว่าความจริงจัง ความเอาจริง ความดุดันของเขา ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่น่าสนใจ

Q : การได้กลับมาร่วมงานกับ “พรีม-ชนิกานต์ ตังกบดี” อีกครั้ง เป็นยังไงบ้าง?

วิน :  ดีใจครับที่ได้กลับมาร่วมงานกับน้องพรีมอีกครั้งครับ เพราะจริงๆ เราเคยเล่นด้วยกันมาแล้วหนึ่งเรื่อง แล้วก็รู้สึกว่าเคมีของเราสองคนเป็นไปในทิศทางที่ดีมากๆ ครับ แล้วพอได้กลับมาเล่นอีกครั้งนึงมันเหมือนเรารู้จังหวะ รู้วิธีการเล่นของกันและกันอยู่แล้ว มันเลยทำให้การทำงานลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

Q :  ความยากในการแสดงซีรีส์เรื่องนี้คืออะไร?

วิน :   รอยสักครับ คือถ้าทุกคนเห็นรอยสักของผมในเรื่อง คือมันใช้เวลาทำนานมาก เพราะจะมีทั้งแขนทั้งตัวเลย ก็จะเป็นความยากในการถ่ายทำนิดนึง เพราะสมมติว่ากำลังถ่ายอยู่แล้วเหงื่อออก เอาแล้ว ก็ต้องวิ่งออกไปทำรอยสักใหม่ นี่น่าจะหนึ่งในเรื่องท้าทาย และความท้าทายอีกเรื่องก็น่าจะเป็นเรื่องบทบาทของตัวละครนี่แหละครับ เพราะผมไม่เคยรับบทบาทแบบนี้มาก่อนเลย แล้วก็การที่มันเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ผมก็โนไอเดียเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย รู้สึกว่ามันเป็นโลกอีกโลกนึงเลย ทำให้เราก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ครับ

Q :  เรื่องนี้เกี่ยวกับไสยศาสตร์ มีการเตรียมตัวในการรับบทนี้ยังไงบ้าง ได้ดู Reference จากที่ไหนเป็นพิเศษบ้างไหม?

วิน :   ตอนแรกผมได้คุยกับผู้กำกับด้วยเหมือนกันครับ ว่ามันพอจะมีหนังเรื่องไหนไหมที่ใกล้เคียงกับบทนี้ เราจะได้เห็นภาพคร่าวๆ ในหัวก่อนว่ามันจะเป็นประมาณไหน เราก็ลองไปดูเรื่องเหล่านั้น แล้วก็มีการทำเวิร์กช็อปเยอะมากก่อนที่จะเข้าเป็นตัวละครตัวนี้ แล้วก็มีการไปหาข้อมูลเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ได้มานั่งคุยกันเกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นว่าจริงๆ แล้วไสยศาสตร์มันเป็นยังไงบ้าง

Q :  แล้วส่วนตัวเป็นคนเชื่อเรื่องไสยศาสตร์หรือเปล่า?

วิน :   เชื่อนะครับ แต่ว่าไม่ได้งมงาย ไม่ได้อยู่ในทุกส่วนของชีวิตขนาดนั้น ยังเป็นคนเชื่อในวิทยาศาสตร์ด้วย แล้วก็เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ด้วยนิดหน่อย เช่น เรื่องเบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ หรือว่าเลขที่ห้อง เริ่มไม่นิดหน่อยแล้ว (หัวเราะ) ผมก็จะซีเรียสกับมันนิดนึง เพราะรู้สึกว่าพอเราใช้เลขที่มันถูกกับเราแล้วมันดี

Q :  เล่าถึงความสนุกสนานระหว่างการถ่ายทำให้ฟังหน่อย?

วิน :   จริงๆ ด้วยความที่เราได้ทำงานร่วมกับนักแสดงที่เราคุ้นชินกันอยู่แล้ว บรรยากาศมันก็จะสนุกสนานเฮฮา กินข้าวพูดคุยกันเป็นปกติ แต่ว่าตอนถ่ายทำผมมีความเครียดค่อนข้างสูงเพราะคาแรคเตอร์มันแตกต่างจากสิ่งที่เราเคยทำมามากๆ แล้วก็เราอินกับบทบาทและเรื่องราว ณ ตอนนั้น ก็เลยรู้สึกว่าตอนทำงานมันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องพยายามจูนตัวเองให้อยู่ตรงนั้นตลอด

Q :  “Enigma คน มนตร์ เวท” เป็นซีรีส์แนวลึกลับ ระหว่างถ่ายทำเจออะไรลึกลับบ้างไหม?

วิน :   ต้องบอกว่าไม่มีเลยครับ แล้วก็โชคดีแล้วที่ไม่มี (หัวเราะ) เพราะเวลาเราไปถ่ายทำแต่ละโลเคชั่นเราก็จะมีการไหว้ขอพื้นที่ทุกครั้ง ก่อนเปิดกล้องเราก็มีโอกาสได้มารวมกันทำพิธีเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเปิดกล้องด้วย

Q :  การถ่ายทำซีรีส์แนวแฟนตาซีแบบนี้แตกต่างจากซีรีส์ปกติยังไงบ้าง?

วิน :   ผมว่าการที่มันเป็นเรื่องจินตนาการ คือจุดที่ทำให้มันแตกต่างจากซีรีส์อื่นๆ ครับ เพราะว่ามันจะมีสิ่งที่เราจะต้องจินตนาการว่ามันอยู่ข้างหน้า หรือเป็นอะไรที่เรามองไม่เห็นแต่เราต้องคิดว่ามันอยู่ตรงนั้น ผมคิดว่ามันค่อนข้างยากกว่า เพราะมันต้องใช้สมาธิในการคิดว่าเราเห็นจริงๆ เพราะไม่อย่างนั้นคนดูก็จะดูออกว่าเราไม่ได้เห็นจริงๆ

Q :  อะไรที่เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แบบไม่คิดว่าจะเจอ แต่ก็เจอในการถ่ายทำในซีรีส์เรื่องนี้?

วิน :   คิดว่าก็น่าจะเป็นซีนต่อสู้ที่เราจะต้องเรียน ต้องฝึกซ้อมจังหวะการต่อยและเรื่องท่าทางต่างๆ ให้สวยงาม ซีนแอคชั่นเป็นซีนที่ทำให้รู้สึกว่ายากเหมือนกัน เพราะบางทีเวลาเราต่อสู้ เราจะคุมหน้าตัวเองไม่ค่อยได้ สมมติว่าเราต้องต่อยสุดแรง แต่ผู้กำกับสั่งว่าหน้าเรายังต้องเท่อยู่ ต้องดึงหน้าให้กล้องรับแล้วเห็นว่าต่อยท่านี้ก็ยังสบายมาก ซึ่งจริงๆ คนเราเวลาจะโดนหมัดนี่ต้องหลับตาแล้ว แต่นี่เราต้องเท่

Q :  หากในชีวิตจริง “วิน” มีพลังเวทย์ได้ อยากมีพลังแบบไหน?

วิน :   อยากจะมีพลังที่สามารถมองเห็นอนาคตได้ครับ ผมอยากรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราจะได้ปรับตัวแล้วก็เตรียมตัวล่วงหน้า

Q :  “Enigma คน มนตร์ เวท” ดูเป็นผลงานที่ฉีกจากเรื่องก่อนๆ ในเรื่องนี้ทำให้ “วิน” พัฒนาขึ้นยังไงบ้าง?

วิน :  ผมว่าผมพัฒนาขึ้นในเรื่องของการแสดง อย่างเรื่องก่อนหน้านี้มันเป็นอะไรที่เราสามารถเชื่อมโยงกับชีวิตจริงได้ สามารถดึงเรื่องราวในชีวิตจริงมาใช้ในการแสดงได้ แต่พอเป็นเรื่องนี้ ผมรู้สึกว่ามันคนละโลกกับโลกที่เราอยู่เลย เพราะฉะนั้นเราก็เลยต้องทำแบ็กกราวด์ของตัวละคร แล้วก็สร้างคาแรคเตอร์ของตัวละครให้ชัดเจนมากๆ ก็เลยรู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ทำให้เราพัฒนาขึ้นในเรื่องการแสดงขึ้นไปอีกขั้นนึงครับ

Q :   นอกจากความสนุกแล้ว คิดว่า “Enigma คน มนตร์ เวท” มี Message อะไรที่อยากให้ผู้ชมได้รับมากที่สุด?

วิน :   ผมคิดว่ามันมีหลายประเด็นเหมือนกัน หลักๆ น่าจะเป็นสิ่งที่ได้เรียนรู้จากตัวละครตัวหนึ่งในเรื่อง ซึ่งมีเหตุผลมากมายว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจที่จะทำเรื่องบางอย่างจนเกิดเป็นปมปัญหาในเรื่อง มันน่าจะสะท้อนให้คนดูได้เห็นเรื่องราวในหลายมุม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความโลภ ความไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี รวมถึงการเลี้ยงดูและความกดดันจากพ่อแม่ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าคนดูน่าจะได้รับจากการชมซีรีส์เรื่องนี้

Q :  คาดหวังกับผลงานเรื่องนี้แค่ไหน?

วิน :   ผมว่าทั้งทีมงานและนักแสดงทุกคน เราตั้งใจทำงานกันมากๆ เต็มที่กับมันมากๆ เราใส่ใจในทุกรายละเอียดของเรื่องนี้มากๆ แน่นอนว่าเราก็อยากให้คนดูมีความสุขกับสิ่งที่เราผลิตให้ทุกคนได้รับชมกันครับ หลักๆ คือผมอยากให้ทุกคนสนุกไปกับซีรีส์ที่เราตั้งใจทำมากๆ ครับ

Q :   อยากให้คนจดจำการแสดงของ “วิน” ครั้งนี้ และบท “อาจิน” ยังไง?

วิน :   สำหรับบท ‘อาจิน’ คือต้องบอกว่าด้วยเนื้อเรื่องทั้งหมดในซีรีส์นี้มันน่าสนใจมากๆ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่คนไม่ค่อยได้เจอ แล้วก็ไม่รู้ว่ามันอาจจะมีอยู่จริงก็ได้ ดังนั้นเนื้อเรื่องมันน่าสนใจของมันอยู่แล้ว แต่ถ้ามองในมุมตัวละคร ผมว่าด้วยคาแรคเตอร์ที่ดุดัน เอาจริง แล้วก็ฉลาดของเขา ในการคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าไปก่อนหนึ่งสเต็ป ผมคิดว่านั่นก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาจิน เพราะว่าเขาฉลาด  ส่วนเรื่องการแสดง ด้วยความที่ตอนนี้คนเชื่อว่าผมเป็น ‘ไทน์’ ในเรื่อง ‘2gether The Series’ ไปแล้ว เพราะว่าคนได้ดูเรื่องนั้นเยอะ ทำให้คนรู้สึกว่าถ้าเป็นบทไทน์ คนเล่นก็ต้องเป็นวิน ดังนั้นเป้าหมายที่ผมอยากทำคือ ผมอยากจะสร้างอีกหนึ่งบทบาท หรืออีกหลายบทบาท ที่พอคนเห็นคาแรคเตอร์นี้ปุ๊บก็คิดเลยว่าคนเล่นต้องเป็นเรา ไม่มีใครเหมาะสมเท่าเราแล้ว ทุกเรื่องที่เราเล่น แน่นอนครับว่าคาแรคเตอร์มันจะต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่เราถ้าเราสามารถทำให้ทุกเรื่องที่เราเล่น คนจำได้ว่าคาแรคเตอร์นี้ต้องเป็นวินเท่านั้นที่เล่น ก็แปลว่าเราประสบความสำเร็จในการแสดงเรื่องนั้น

Q :   “วิน” มีชื่อเสียงจากซีรีส์วาย มาถึงซีรีส์เรื่องล่าสุดนี้ เป็นยังไงบ้าง?

วิน :  สำหรับผม ในเรื่องการแสดงผมมองว่าไม่ต่างกันนะครับ เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ทำการแสดงเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์วาย ซีรีย์ชาย-หญิง หรือซีรีส์หญิง-หญิง ผมมองว่ามันไม่ได้แตกต่างกัน ไม่ได้ต้องมองว่าอันนี้เป็นซีรีส์วาย เราต้องรู้สึกอีกแบบนึงนะ เพราะว่ามันเป็นการแสดงที่เราเข้าไปเป็นตัวละครนั้นเหมือนกัน

Q :   ในปีนี้ “วิน” รู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นยังไงบ้างในแง่มุมการแสดง กล้าออกจากเซฟโซนมากขึ้นไหม มีวิธีเลือกรับบทบาทยังไง?

วิน :  คือก่อนหน้านี้ที่ผมเล่นเรื่อง ‘2gether The Series’ กับเรื่อง ‘Devil Sister’ คาแรคเตอร์ในเรื่องจะใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้ชายน่ารักๆ อ่อนโยน นุ่มนิ่ม แต่การที่เราได้ลองพยายามเข้ามาในคาแรคเตอร์ใหม่ๆ มากขึ้น ก็ทำให้รู้สึกว่าจริงๆ แล้วเราสามารถเล่นบทที่มีความจริงจังและดุดันได้ตาม คนดูก็จะได้เห็นคาแรคเตอร์ที่แตกต่างไปจากภาพที่เขาคิดในเรื่องนี้เลย ส่วนเรื่องวิธีเลือกรับบท ผมว่าอย่างแรกเลยคือต้องอ่านแล้วสนุกก่อน ถ้าขนาดแค่เราอ่านแล้วรู้สึกว่าน่าติดตาม น่าสนุก ก็ถือว่าน่าสนใจ แล้วเราก็ไปดูองค์ประกอบต่างๆ ว่าทีมงานเป็นใครบ้าง รวมถึงช่องทางต่างๆ ที่จะออนแอร์ ก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราอยากรู้ว่าแพลนใหญ่ทั้งหมดเป็นยังไง แต่ผมว่าเรื่องหลักคือต้องอ่านแล้วสนุกก่อน

Q :  นอกจากการแสดงแล้ว ถ่ายแบบ เดินแบบแล้ว อยากทำอะไรอีกบ้างที่ยังไม่ได้ทำ?

วิน :  ถ้าเป็นเรื่องในวงการ ผมคิดว่าได้ทำมาเกือบหมดทุกอย่างแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องนอกวงการ จริงๆ ผมเป็นคนที่ชอบธุรกิจ ผมรู้สึกว่าถ้าไม่ได้ทำงานในวงการ ก็คงจะไปสายธุรกิจ ทั้งในส่วนที่เรากำลังทำอยู่เอง ทั้งเสื้อผ้า ขนม มาการอง ไอศกรีม ก็คงจะไปโฟกัสตรงนั้นมากขึ้น แล้วก็ถ้ามันมีโอกาสหรือช่องทางอะไรในการทำธุรกิจมากขึ้น ก็อาจจะกระโดดเข้าไปในธุรกิจนั้นด้วยครับ

Q :   คิดยังไงกับซีรีส์ในยุคที่ออนแอร์ทางแอพ ที่มีตัวเลือกนอกเหนือจาก TV?

วิน :   รู้สึกดีครับที่ซีรีส์มันจะไปอยู่บนแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อการเข้าถึงของคนดูทั้งในและต่างประเทศ เพราะว่ายุคสมัยนี้คนก็จะอยู่กับแพลตฟอร์มค่อนข้างเยอะ ก็คิดว่าเป็นเรื่องดีครับที่ต่างประเทศจะได้เห็นซีรีส์คุณภาพดีๆ แบบนี้ของไทย

Q :  กระแสตอบรับจากแฟนคลับต่างชาติก็เยอะพอสมควร ในระดับอินเตอร์ อยากจะทำงานอะไรต่อไปในอนาคต?

วิน :  ผมอยากจะร่วมงานกับต่างชาติ ทั้งในส่วนของซีรีส์ ภาพยนตร์ รวมถึงเพลงด้วยครับ เป็นเป้าหมายหลักที่บอกไปตั้งแต่แรกเลยครับว่าอยากจะทำงานร่วมกันกับคนต่างชาติ

Q :   “วิน” วางอนาคตในวงการบันเทิงไว้ยังไงบ้าง?

วิน : ผมรู้สึกว่า ณ ตอนนี้คอนเทนต์ของประเทศไทยมีคุณภาพมากๆ แล้วก็เป็นที่ยอมรับของต่างชาติมากยิ่งขึ้นมากๆ ผมเลยรู้สึกว่าในอนาคตเราอยากจะได้ร่วมงานกับต่างประเทศมากขึ้น ทำให้เขาได้เห็นผลงานของเราและรู้จักเรามากยิ่งขึ้นครับ นี่คือแผนใหญ่ๆ ที่วางไว้

Q :   ท้ายสุดฝากผลงานกันอีกสักครั้ง พร้อมบอกเหตุผลที่ห้ามพลาดการชมซีรีส์ “Enigma คน มนตร์ เวท” นี้?

วิน :  ผมว่ามันเป็นซีรีส์ที่ทันสมัยในเรื่องของไสยศาสตร์มากๆ ครับ คือมันไม่ใช่ไสยศาสตร์รูปแบบเก่าๆ ที่มีการนั่งสมาธิ สวดมนต์ อะไรแบบนี้ แต่นำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่ ทำให้คนสามารถเข้าใจโลกของไสยศาสตร์มากยิ่งขึ้น ตอนแรกผมก็ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลย แต่พอได้อ่านบท ได้มาทำการบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า เฮ้ย! บางทีมันก็อาจมีโลกแบบนี้อยู่จริงๆ ก็ได้นะ มันอาจมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ เพียงแต่ว่าเราไม่ได้รู้จักคนกลุ่มนั้น อีกเรื่องนึงคือซีรีส์เรื่องนี้ทุกคนตั้งใจและเต็มที่มากๆ ถึงแม้จะมีแค่ 4 ตอน แต่คิวที่เราถ่ายมันเหมือนถ่ายซีรีส์ 10 กว่าตอนเลย เพราะว่าเราใช้เวลาถ่ายแต่ละซีนกันนานมากๆ เราพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด ทั้งในเรื่องของภาพ เรื่องของการแสดง องค์ประกอบทุกอย่าง เราเต็มที่กันทุกคนเลยครับ

เชื่อว่าบทสัมภาษณ์นี้ จะทำให้แฟน ๆ เข้าใจตัวตนและมุมมองของหนุ่ม “วิน” มากยิ่งขึ้น และด้วยความทุ่มเทในการแสดง และพร้อมที่ก้าวออกจากเซฟโซน ไปสู่บทที่ท้าทาย จะทำให้เจ้าตัวประสบความสำเร็จและผลิตผลงานที่เจ๋ง และหลากหลาย ออกมาฝากแฟน ๆ อีกเยอะแยะแน่นอน