หลังจากที่ต้องเผชิญวิกฤติหนักหน่วงจากเหตุการณ์น้ำท่วมร้านขนมแบรนด์ “เคนภูปัง” สาขาหาดใหญ่ จนได้รับความเสียหายไปทั้งร้านก่อนหน้านี้ ทำเอาแฟนๆ พากันส่งกำลังใจให้ยกใหญ่ ล่าสุดพระเอกหนุ่มหล่ออย่าง “เคน-ภูภูมิ พงศ์ภาณุ” ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงหัวใจนักสู้ ด้วยการตัดสินใจเปิดร้านสาขาใหม่ในกรุงเทพฯ ทันที ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่หลายคนมองว่าท้าทายแบบสุดๆ

โดย หนุ่มเคน ได้มาร่วมพิธีบวงสรวงโปรเจกต์ อจินไตย เดอะ ซีรีส์ ซึ่งเจ้าตัวไม่พลาดอัปเดตธุรกิจสุดปังว่า “สำหรับธุรกิจก็เป็นสแตนด์อโลน ร้านสาขาแรกในกรุงเทพฯ ครับ ก็ตั้งใจปรับเคนภูปัง ให้มันมีความเทคอะเวย์มากขึ้น ก็คือเราจะมาทำขนมไข่แบบหลากหลายรสชาติมากขึ้น แล้วก็คนซื้อได้เร็วขึ้น แล้วก็เทิร์นไวขึ้น แต่สแตนด์อโลนลงทุนไม่ได้เยอะมากครับ เพราะว่าของเราพวกอุปกรณ์เรามีอยู่แล้ว ก็อยู่ติดกับร้านพี่หอย (เสนาหอย) ครับ แต่ร้านพี่หอยประกาศพรุ่งนี้ว่าเขาจะปิดแล้วนะ เนี่ย เดี๋ยวผมกลับไปดูว่าปิดไหม ผมไม่รู้เหมือนกัน แต่มันเป็นแถวบ้านผมอยู่แล้วครับ แล้วผมก็อยู่แถวนี้มาสักพักหนึ่ง ก็รู้สึกว่าแถวนี้ร้านอาหารเยอะ แล้วก็พฤติกรรมของลูกค้าเขาก็จะจอดรถทานกันค่อนข้างเยอะ
ถามว่าใช้เวลานานไหม กว่าจะตัดสินใจจะเอาพื้นที่ตรงนี้ ไม่นานเลยครับ เพราะว่าเราอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว เรารู้ทราฟฟิกคนแถวนั้นอยู่แล้วครับ แล้วพวกเราก็ตั้งใจปรับให้มันเป็นเทคอะเวย์ด้วย ก็เป็นสาขาแรกที่เราปรับ แล้วก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน อย่างราคาวัตถุดิบกับเศรษฐกิจตอนนี้ สำหรับผมก็ยังไปได้นะครับ แต่ถ้ามันถูกกว่านี้ก็ดี (หัวเราะ) ค่าขนส่งหรืออะไรอย่างนี้ครับ จริงๆ ผมคิดว่ายังไงมันก็ต้องทำ มันก็ต้องหาทางไป วัตถุดิบที่ต้องนำเข้าก็จะมีบางอย่าง แต่เรามีซัพพลายเออร์ที่เราทำงานกับเขามานานแล้ว ก็ค่อนข้างโอเค ส่วนราคาหุ้นมันกระโดดขึ้นมาไหม ส่วนใหญ่น่าจะเป็นค่าขนส่งมากกว่าที่กระโดดเยอะนะครับ ถามว่ามีผลกระทบไหม จริงๆ กระทบมันก็กระทบแหละ แต่เราก็ยังค่อนพยายามคุมคอสต์ของเราให้ดี

สำหรับที่เราเป็นเจ้าของสวนทุเรียน ก่อนหน้านี้มันมีดราม่าเรื่องราคา จริงๆ พูดยากนะ เพราะว่าเรายังไม่ได้ถึงจุดที่เราได้ขายไง แล้วเราก็ยังไม่ถึงโพรเซสตรงนั้น เรายังค่อยๆ ปลูกอยู่ เราก็เลยไม่ได้รู้ว่าจริงๆ แล้วผลกระทบเป็นยังไงบ้าง ยอดการลงทุน ยอดทุเรียน 100 บาทต่อลูก ต้องดูว่าลูกนั้นเป็นลูกแบบไหนด้วยครับ แต่ถ้าเป็นลูก 1 กิโล 1.5 กิโล ผมก็คิดว่าก็โอเคนะ ในฐานะเจ้าของสวนทุเรียน ถามว่ามันดูแลยากไหม อันนี้ถ้าผมพูดในมุมของผมที่ยังไม่ได้เป็นทุเรียนติดลูกนะ ผมคิดว่าก็ดูแลยากประมาณหนึ่งครับ แต่ถ้าพวกพี่ๆ เจ้าของสวนที่เขาติดลูกแล้ว อันนั้นก็จะยากเพิ่มเลเวลขึ้นไปอีก ส่วยของผมก็น่าจะอีกสัก 3 ปีครึ่งครับ
คือต้องบอกก่อน ผมไม่ได้ปลูกเพราะว่าตามเทรนด์ คือผมชอบปลูกต้นไม้ ผมอยากมีสวนผลไม้ของตัวเองอยู่แล้ว แล้วก็ในส่วนนั้นผมก็ปลูกต้นไม้อย่างอื่นของผมด้วย คือผมทำเพราะผมชอบ ผมก็เลยทำไปเรื่อยๆ คือธุรกิจก็มองแหละ แต่แค่เราไม่ได้โฟกัสมากขนาดนั้น เราสโลว์ๆ ไลฟ์ได้ เพราะว่าเหมือนเราก็ชิลชิลของเราไปก่อน คิดว่าขายทุเรียนแล้วรวยไหม ถ้าทำได้คุณภาพดี แล้วก็แบรนด์ดี แบรนด์ที่แข็งแรง ผมว่ารวย ทุกอย่างถ้าคุณภาพดี แล้วก็แบรนด์คุณแข็งแรง ยังไงคุณก็รวย การวางแผนคือทำทุเรียนให้รอด เลี้ยงให้รอด ทำผลผลิตให้ได้ ผมคิดว่าก็น่าจะพอที่จะรอด เพราะเราน่าจะขายเองได้บางส่วน แล้วก็ขายส่งบางส่วน แล้วก็เราไม่ได้ทำสวนใหญ่มากครับ มันน่าจะพอที่จะระบายๆ ได้
เขาบอกว่าทุเรียนยังไงราคาก็ไม่ตก ผมว่าตกยากเหมือนกัน เพราะว่าต้นทุนสูง ก็ถ้ามันตกมากๆ เขาก็คงไม่น่าจะทำลูกออกมาให้ทุกคนได้กิน เพราะมันก็ไม่คุ้ม ทำลูกออกมาถ้าราคาไม่ดีขาดทุน ต้นโทรม ก็ไม่รู้จะทำทำไม ก็ปล่อยให้มันโตต่อไปอีกปีหนึ่ง ต้นไม้ก็ไม่โทรมด้วย ก็เลี้ยงไป ไม่ต้องเร่งมัน มันคงไม่ลงมาต่ำมาก เพราะว่าต้นทุนมันสูงมากครับ”




