สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง รายงานว่า การยิงขีปนาวุธนำวิถี ที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นการทดสอบประสิทธิภาพเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็ง ติดตั้งเข้ากับขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) “ฮวาซอง-18”


ทั้งนี้ ขีปนาวุธที่ใช้สำหรับการทดสอบครั้งนี้ สามารถเคลื่อนที่อยู่ในอากาศได้นานประมาณ 70 นาที โดยขีปนาวุธเดินทางไปได้ไกลเป็นระยะทาง 1,001 กิโลเมตร และไต่ระดับได้สูงสุด 6,648 กิโลเมตร ก่อนตกลงในทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น


ขณะเดียวกัน รายงานของเคซีเอ็นเอระบุด้วยว่า นายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ลงพื้นที่กำกับการทดสอบไอซีบีเอ็มครั้งนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งท่านผู้นำสูงสุดกำชับเกี่ยวกับ “การยกระดับการโจมตีทางทหารให้มีความเป็นเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง” จนกว่าสหรัฐและเกาหลีใต้จะปรับเปลี่ยนนโยบายที่มีต่อเกาหลีเหนือ


สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือเป็นครั้งที่สอง ซึ่งเกาหลีเหนือทดสอบประสิทธิภาพของฮวาซอง-18 ต่อจากการทดสอบ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่่ผ่านมา


อนึ่ง ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน รัฐบาลเปียงยางกล่าวว่า สหรัฐ “ดำเนินการยั่วยุหลายครั้ง” ด้วยการลาดตระเวนของเครื่องบินสอดแนมที่ถือเป็น “การละเมิดน่านฟ้า” ของเกาหลีเหนือ ดังนั้น นับจากนี้ รัฐบาลเปียงยางไม่ขอรับประกันอีกต่อไป ว่าในอนาคตอาจเกิด “เหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึง” รวมถึงการที่กองทัพเกาหลีเหนือยิงอากาศยานสอดแนมของกองทัพสหรัฐ หากเกิดกรณีละเมิดน่านฟ้าลักษณะนี้อีก


นอกจากนั้น เคซีเอ็นเอยังรายงาน การที่กระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือ ประณามการที่เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ “ยูเอสเอส มิชิแกน” ของสหรัฐ เข้าจอดเทียบท่าเรือในเมืองปูซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้ เมื่อกลางเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยนับเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่เรือยูเอสเอส มิชิแกน เทียบท่าในเกาหลีใต้ หรือตั้งแต่เมื่อเดือน เม.ย. 2560 ซึ่งในปีนั้น เกาหลีเหนือฉลองครบรอบ 85 ปี แห่งการสถาปนากองทัพประชาชนเกาหลี (เคพีเอ) ว่าเป็น “การข่มขู่คุกคามทางนิวเคลียร์อย่างโจ่งแจ้งที่สุด” และเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคงโลก.

เครดิตภาพ : AFP