นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า ทล. เตรียมผลักดัน 3 โครงการขนาดใหญ่สู่การพิจารณาคณะรัฐมนตรี(ครม.) ชุดใหม่พิจารณา ประกอบด้วย 1.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) หมายเลข 8 หรือ M8 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ-ชะอำ ระยะ(เฟส) ที่ 1 ช่วงนครปฐม-ปากท่อ ระยะทาง 61 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 54,562 ล้านบาท ปัจจุบัน ทล. เสนอโครงการไปยังกระทรวงคมนาคมแล้ว อยู่ระหว่างการสอบถามความคิดเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนเสนอ ครม. โดยกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ ตอบกลับมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว ไม่มีข้อติดขัดใด เหลือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) หรือสภาพัฒน์ ที่ยังมีข้อกังวลเรื่องแหล่งเงิน และรูปแบบการดำเนินการ

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า โครงการมอเตอร์เวย์ M8 วงเงิน 54,562 ล้านบาท แบ่งเป็น จัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 14,400 ล้านบาท และก่อสร้างงานโยธา 40,162 ล้านบาท การก่อสร้างแบ่งเป็น 2 เฟส ได้แก่ เฟสที่ 1 ช่วงนครปฐม-ตลาดจินดา ระยะทาง 11 กม. ใช้งบประมาณจากกองทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งตามแผนเดิมจะก่อสร้างปี 2570-2573 แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนอนุมัติโครงการฯ และเมื่อได้รับการอนุมัติจาก ครม. ต้องใช้เวลาในการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนอีกประมาณ 8 เดือน จึงคาดว่าจะขยับแผนเริ่มก่อสร้างเป็นปี 2571 และเฟสที่ 2 ช่วงตลาดจินดา-ปากท่อ ระยะทาง 50 กม. วงเงิน 29,653 ล้านบาท ขอรับจัดสรรงบประมาณปี 2571 ก่อสร้างปี 2571-2574 และจะเริ่มติดตั้งงานระบบ และการบำรุงรักษา(O&M) และที่พักริมทาง ในปี 2573-2575 คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้บริการพร้อมกันทั้ง 2 เฟสของช่วงนครปฐม-ปากท่อได้ภายในปี 2576

นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า มอเตอร์เวย์ M8 มีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อ M81 บางใหญ่-กาญจนบุรี(นครชัยศรี) และมีจุดสิ้นสุดเชื่อมต่อ ทล.35 ถนนพระราม 2(วังมะนาว) เมื่อเปิดให้บริการจะช่วยลดระยะทางจากนครปฐม-ต่างระดับวังมะนาว ประตูสู่ภาคใต้ เดิม 90 กม. เหลือ 61 กม. และลดระยะเวลาเดินทางจาก 90 นาที เหลือ 30 นาที, 2.โครงการวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ อ.เมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา ระยะทาง 66.84 กม. วงเงินรวม 45,305 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างแล้ว 7.18 กม. แล้ว เปิดให้บริการปี 2570 ส่วนที่เหลือ 59.66 กม. วงเงิน 41,927 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้าง 25,865 ล้านบาท และค่าเวนคืน 18,062 ล้านบาท ซึ่ง ทล. เตรียมรายละเอียดโครงการไว้พร้อมแล้ว แต่มีแนวคิดว่าควรผนวกเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการทำคลองระบายน้ำขนานกับแนวถนนควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยผันน้ำออกจากพื้นที่เมืองไปลงแหล่งน้ำต่างๆ ได้

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า ทล. จึงเสนอกระทรวงคมนาคม ตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งจะเชิญผู้แทนจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น(JICA) และกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (MLIT) เข้าร่วมด้วย คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องนี้ภายใน 90 วัน และจะเสนอ ครม. ควบคู่ไปกับโครงการวงแหวนรอบเมืองหาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทล. ตั้งเป้าหมายเสนอโครงการฯ เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ภายในปี 2569

จากนั้นในปี 2570 เริ่มการเวนคืนจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งการก่อสร้างแบ่งการดำเนินงานเป็น 2 เฟส โดยเฟสที่ 1 ปี 2571-2575 ก่อสร้างช่วงบ้านควนจง-บ้านพรุ ระยะทาง 6.61 กม. และช่วงสนามบิน-บ้านบางกล่ำ ระยะทาง 18.07 กม. คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2575 ส่วนเฟสที่ 2 ปี 2576-2580 ก่อสร้างช่วงบ้านบางกล่ำ-บ้านทุ่งน้ำ ระยะทาง 17.44 กม. และช่วงบ้านทุ่งน้ำ-บ้านควนจง ระยะทาง17.54 กม. คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2580

นายปิยพงษ์ กล่าวอีกว่า และ 3.โครงการมอเตอร์เวย์ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 ด้านตะวันออก ตอน แยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 305 (ถนนรังสิต-นครนายก ประมาณ กม.25+850) – บรรจบทางหลวงหมายเลข 3312 (ถนนลำลูกกา ประมาณ กม.25+000) ระยะทางรวม 13.6 กม. เชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษ(ด่วน)ช่วงจตุโชติ – ลำลูกกา ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)