สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ว่า นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ยุโรปได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกครั้งเลวร้ายที่สุด เช่นเดียวกับทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ซึ่งประสบกับการระบาดอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การฆ่าสัตว์ปีกหลายสิบล้านตัวทั่วโลก โดยมีสัตว์ปีกจำนวนมากติดเชื้อไวรัสติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ เอช5เอ็น1 อีกทั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีการติดเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง

“ตามปกติ เชื้อไวรัสไข้หวัดนกจะแพร่กระจายในกลุ่มสัตว์ปีก แต่การตรวจพบเชื้อไวรัส เอช5เอ็น1 ที่เพิ่มขึ้นในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งมีความใกล้เคียงทางชีวภาพกับมนุษย์ ทำให้เกิดความกังวลว่า ไวรัสนี้อาจเกิดการปรับตัวเพื่อแพร่เชื้อสู่มนุษย์ได้ง่ายยิ่งขึ้น” ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวในแถลงการณ์ “นอกจากนี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด อาจทำหน้าที่เป็นภาชนะผสมสำหรับเชื้อไวรัสไข้หวัดนก ซึ่งส่งผลให้เกิดไวรัสชนิดใหม่ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสัตว์และมนุษย์มากขึ้น”

ด้านนายเกรกอริโอ ตอร์เรส หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (ดับเบิลยูโอเอเอช) กล่าวว่า มันมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ในระบบนิเวศ และระบาดวิทยาของไข้หวัดนกเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งความความกังวลไปทั่วโลก เนื่องจากโรคดังกล่าวแพร่กระจายไปยังพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใหม่ ตลอดจนทำให้นกป่าตายอย่างผิดปกติ และเกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้น ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในระดับที่น่าตกใจ

ทั้งนี้ การติดเชื้อในมนุษย์ สามารถทำให้เกิดโรคร้ายแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยในกรณีไข้หวัดนกในมนุษย์นั้น มักเป็นผลมาจากการสัมผัสโดยตรงหรือโดยอ้อม ต่อสัตว์ปีกติดเชื้อที่มีชีวิตหรือตายแล้ว หรือสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อน

อย่างไรก็ดี บรรดาผู้สันทัดกรณีกำลังเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลง ที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์มากขึ้น เช่นเดียวกับ ดับเบิลยูเอชโอ, ดับเบิลยูโอเอเอช และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ที่เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ทำงานร่วมกัน เพื่อช่วยชีวิตสัตว์และปกป้องผู้คน.

เครดิตภาพ : AFP