สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ว่า พล.จ.โอเล็กซานเดอร์ ทาร์นาฟสกี รองผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการภาคตะวันออกของยูเครน กล่าวถึงการได้รับคลัสเตอร์บอมบ์ หรือระเบิดลูกปราย ชุดแรกจากสหรัฐ โดยให้คำมั่นว่า จะไม่ใช้อาวุธดังกล่าวในเขตชุมชน หรือพื้นที่มีประชากรอาศัยอยู่มาก
ขณะที่ พล.ท.ดักลาส ซิมส์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการร่วม แห่งคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐ ยืนยันว่า คลัสเตอร์บอมบ์ชุดแรกเดินทางไปถึงยูเครนแล้วจริง
อนึ่ง คลัสเตอร์บอมบ์จัดเป็นหนึ่งใน “อาวุธต้องห้าม” ตามสนธิสัญญาออสโล ฉบับปี 2551 อย่างไรก็ตาม มีหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐ รัสเซีย และยูเครน ที่ไม่ได้ร่วมเป็นภาคีของข้อตกลงฉบับนี้
Pentagon says its fears of Russian success on the battlefield outweigh concerns that deliveries of cluster bombs to Ukraine could result in civilian casualties as US allies slam the plan to send the banned weapons to Kiev
— RT (@RT_com) July 9, 2023
Read more: https://t.co/iuOQDqcz79 pic.twitter.com/usEHjgreUC
ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าสะท้อน “ความอ่อนแอและความสิ้นหวัง” ของรัฐบาลวอชิงตัน และบรรดาพันธมิตร ที่มีต่อความล้มเหลวของปฏิบัติการโต้กลับ ซึ่งยูเครนยังคงพยายามเดินหน้า และเน้นย้ำว่า เรื่องนี้ “ไม่มีผลอย่างแน่นอน” ต่อปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียที่กำลังดำเนินอยู่
กระนั้น ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า การตัดสินใจส่งมอบระเบิดดาวกระจายให้แก่ยูเครน “เป็นเรื่องยากลำบากมาก” อย่างไรก็ตาม “เป็นเรื่องจำเป็นอย่างมาก” เนื่องจากรัฐบาลเคียฟไม่มีกระสุนเหลืออยู่แล้ว.
เครดิตภาพ : AFP



