สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่า บทวิเคราะห์ของสำนักข่าวเอพี ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ระบุว่า เหยื่อ 140 รายถูกสังหารในช่วงเดือน ม.ค.-มิ.ย. ของปีนี้ โดยจากการสังหารหมู่รวม 28 ครั้ง เกือบทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน
ตัวเลขข้างต้นทำลายสถิติการสังหารหมู่ก่อนหน้านี้ที่ 27 ครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ด้านนายเจมส์ อลัน ฟ็อกซ์ ศาสตราจารย์ด้านอาชญาวิทยา จากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้เห็นสถิติแบบนี้ นับตั้งแต่เขาเริ่มดูแลฐานข้อมูลเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน
From Jan. 1 to June 30, the nation endured 28 mass killings, all but one of which involved guns. https://t.co/paB0Y7o0MK
— ABC News (@ABC) July 14, 2023
“พวกเราเคยบันทึกการสังหารหมู่ราว 24-36 ครั้งต่อปี แต่ความจริงที่ว่า มันเกิดขึ้น 28 ครั้งในเวลาครึ่งปีนั้น เป็นสถิติที่น่าตกใจอย่างมาก” ฟ็อกซ์ กล่าว
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ประณามเหตุการณ์กราดยิงที่เป็นโศกนาฏกรรมและไร้เหตุผล ซึ่งเกิดขึ้นหลายครั้ง รวมถึงเรียกร้องให้พรรครีพับลิกัน ร่วมมือปฏิรูปกฎหมายอาวุธปืนอย่างมีความหมาย และสมเหตุสมผล
กระนั้น กฎหมายปืนเป็นประเด็นทางการเมืองที่มีความขัดแย้งในสหรัฐ เนื่องจากพรรคเดโมแครตเรียกร้อง ให้มีกฎระเบียบควบคุมปืนที่เข้มงวดขึ้น แต่พรรครีพับลิกันมองว่า การครอบครองอาวุธปืนเป็นสิทธิที่ไม่อาจปฏิเสธได้ จากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 2
แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า เหตุการณ์นองเลือดซึ่งเพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรที่มีปืนในสหรัฐ แต่ในทางสถิติ การสังหารหมู่เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น และมันแสดงถึงความรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการใช้อาวุธปืนในประเทศ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น.
เครดิตภาพ : AFP



