สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ว่า นับตั้งแต่หน่วยงานสาธารณสุขของโปแลนด์ รายงานการตายของแมวจำนวนมากผิดปกติทั่วประเทศเมื่อเดือนที่แล้ว ดับเบิลยูเอชโอระบุว่า มีแมว 29 ตัว ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสสายพันธุ์ เอช5เอ็น1 โดยในจำนวนนี้มีแมวถูกการุณยฆาต 14 ตัว ส่วนอีก 11 ตัว ตายตามธรรมชาติ

“ขณะนี้เรายังไม่ทราบถึงแหล่งที่มาของเชื้อไวรัส และการสอบสวนการระบาดในสัตว์กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ” ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวเพิ่มเติมในแถลงการณ์ว่า แมวบางตัวมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก, อุจจาระเป็นเลือด และมีอาการทางระบบประสาท ซึ่งอาการจะแย่ลงอย่างรวดเร็ว และทำให้แมวตายในบางกรณีได้

ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 ยุโรปได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกครั้งเลวร้ายที่สุด เช่นเดียวกับทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ซึ่งประสบกับการระบาดอย่างรุนแรง จนนำไปสู่การฆ่าสัตว์ปีกหลายสิบล้านตัวทั่วโลก โดยมีสัตว์ปีกจำนวนมากติดเชื้อไวรัสติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ เอช5เอ็น1 อีกทั้งเมื่อเร็ว ๆ นี้ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีการติดเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วงเช่นกัน

ถึงแม้ดับเบิลยูเอชโอชี้ว่า เคยมีรายงานการติดเชื้อไวรัส เอช5เอ็น1 ในแมวเป็นครั้งคราว แต่กรณีของโปแลนด์ ถือเป็นครั้งแรกซึ่งพบการติดเชื้อในแมวจำนวนมาก ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่กว้างขวาง

อย่างไรก็ตาม ดับเบิลยูเอชโอกล่าวต่อไปว่า ยังไม่มีรายงานพบการแสดงอาการจากผู้สัมผัสแมวติดเชื้อแต่อย่างใด และการเฝ้าระวังผู้สัมผัสแมวที่มีความเสี่ยงทั้งหมด ก็ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งทางองค์การประเมินว่า ความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้หวัดนกสำหรับประชากรทั่วไปในโปแลนด์อยู่ในระดับต่ำ ส่วนความเสี่ยงสำหรับเจ้าของแมว, สัตวแพทย์ และผู้อื่นที่อาจสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อไวรัส เอช5เอ็น1 เป็นประจำ โดยไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันนั้น อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง

ทั้งนี้ การติดเชื้อในมนุษย์พบได้น้อย แต่เมื่อเกิดขึ้น มันอาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยในกรณีไข้หวัดนกในมนุษย์นั้น มักเป็นผลมาจากการสัมผัสโดยตรงหรือโดยอ้อม ต่อสัตว์ปีกติดเชื้อที่มีชีวิตหรือตายแล้ว หรือสภาพแวดล้อมที่ปนเปื้อน.

เครดิตภาพ : AFP