เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผกก.สภ.บ้านเป็ด ได้รับรายงานคนร้ายบุกเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านทองแม่ทองพูล สาขาบ้านทุ่ม ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ภายหลังระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน SOS ของร้านได้ส่งสัญญาณมายัง สภ.บ้านเป็ด จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ชนธรรม นิลฑมร รอง ผกก.สส.สภ.บ้านเป็ด พ.ต.ท.วัฒนา พิมพิลา สว.สส.สภ.บ้านเป็ด และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าฝ้าเพดานภายในร้านถูกเจาะเป็นรูขนาดกว้างประมาณ 30-40 ซม. โดยบริเวณพื้นพบเศษฝ้ายิปซัมตกอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจึงได้ทำการเก็บหลักฐาน ขณะที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งภายในร้านและบริเวณใกล้เคียง จนพบช่วงเวลาที่คนร้ายก่อเหตุชัดเจน
จากการสอบถามเจ้าของร้าน พบว่าคนร้ายได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาด้านข้าง ก่อนงัดหลังคาและทุบฝ้าเพดานเข้ามาภายในร้าน แล้วลักทรัพย์ประกอบด้วย บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารกสิกรไทย จำนวน 1 ใบ, บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารทหารไทย จำนวน 1 ใบ, บัตรเอทีเอ็ม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำนวน 1 ใบ, เงินเหรียญ จำนวน 5,000 บาท, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง และต่อมาคนร้ายได้นำบัตรเอทีเอ็ม ไปกดเงินสดจำนวน 25,000 บาท ที่ตู้ฝาก-ถอนเงินภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.เพชรน้ำเอก สาขาบ้านทุ่ม ก่อนหลบหนีไป
พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยต่อว่า เจ้าของร้านได้รับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันของธนาคารว่า มีการถอนเงินจากบัตรเอทีเอ็มที่เก็บไว้ภายในร้าน จึงรีบเข้ามาตรวจสอบ และพบความผิดปกติดังกล่าว ก่อนกดแจ้งเหตุผ่านระบบ SOS ที่ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นนำมาใช้ ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามจากพยานหลักฐานและข้อมูลที่รวบรวมได้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่พอจะทราบรูปพรรณและตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายนี้โดยเร็ว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชียลมีเดีย จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพซึ่งบันทึกได้จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้านทองแม่ทองพูล ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์คนร้ายมุดเข้ามาทางฝ้าเพดานด้านบนของร้าน โดยช่วงแรกปรากฏเท้าของคนร้ายโผล่ออกมาจากฝ้าเพดาน ซึ่งไม่ได้สวมรองเท้า ก่อนจะค่อยๆ หย่อนตัวลงมาและไต่ลงตามเหล็กกั้นภายในร้าน โดยจากภาพพบว่าคนร้ายเป็นชาย อายุประมาณ 20-30 ปี สวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขายาว และสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า จากนั้นใช้ไฟฉายส่องตรวจสอบตามตู้โชว์ทอง และพยายามค้นหาทรัพย์สินภายในร้าน ก่อนจะเดินเข้าไปยังด้านในร้าน ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมการเดินค้นหาทรัพย์สินภายในร้านได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดภายนอกยังสามารถบันทึกภาพคนร้ายเดินผ่านหน้าร้าน ก่อนปีนขึ้นไปทางด้านหลังเพื่อก่อเหตุ.



