อินเดียเผยโฉมอาคารสุรัต ไดมอนด์ บอร์ส (Surat Diamond Bourse) อาคารสำนักงานและอาคารอเนกประสงค์ที่ทางการอินเดีย ต้องการให้เป็นศูนย์กลางแบบรวมเบ็ดเสร็จทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในที่เดียวสำหรับธุรกิจค้าเพชร ความใหญ่โตและพื้นที่ใช้สอยอันมหาศาลได้ทำให้อาคารนี้กลายเป็นอาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก แทนแชมป์เก่าที่ครองตำแหน่งมาเกือบ 80 ปีอย่างอาคารทรงห้าเหลี่ยม ‘เพนตากอน’ ของกระทรวงกลาโหมแห่งสหรัฐอเมริกา

อาคารสุรัตฯ สร้างขึ้นในพื้นที่ธุรกิจค้าเพชรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางในเมืองสุรัต รัฐคุชราตของอินเดีย มีจุดประสงค์เพื่อรองรับการใช้สอยของนักค้าเพชรมืออาชีพมากกว่า 65,000 ราย ในลักษณะของ ‘วันสต็อป เซอร์วิส’ 

ตัวอาคารมีทั้งหมด 15 ชั้น แบ่งออกเป็นอาคารย่อย 9 แห่ง ที่เชื่อมถึงกันหมด โดยมีอาคารใหญ่เป็นแกนกลาง ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 35 เอเคอร์ (ราว 141,640 ตารางเมตร) และมีพื้นที่ใช้สอยในอาคารไม่ต่ำกว่า 7.1 ล้านตารางฟุต (ราว 660,000 ตารางเมตร)

โครงการก่อสร้างอาคารสุรัตฯ นี้ ใช้เวลาถึง 4 ปีกว่าจะสำเร็จ เนื่องจากสถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด ทำให้ต้องเลื่อนเวลาก่อสร้างออกไปถึง 2 ปี ขณะนี้ยังไม่มีการทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า นายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย จะเป็นผู้ทำพิธีเปิดในตอนปลายปีนี้ และจะเริ่มให้การรับรองผู้ใช้บริการในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้

มาเฮช กถาวี ซีอีโอของโครงการนี้ กล่าวว่า อาคารสุรัตฯ จะช่วยลดการสิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรของคนในแวดวงธุรกิจค้าเพชร ซึ่งต้องเดินทางไปทำงานที่มุมไบทุกวัน การย้ายศูนย์กลางของธุรกิจไปอยู่ในพื้นที่ที่ทำธุรกิจเสียเลย จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า

ตัวอาคารสุรัตฯ นั้น เป็นผลงานการออกแบบของบริษัทสถาปนิก มอร์โฟเจเนซิส ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นิวเดลี กถาวีกล่าวว่า การขึ้นแซงหน้าอาคารเพนตากอนและกลายเป็นอาคารสำนักงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น ไม่ใช่ความเจตนาเริ่มแรกของโครงการนี้ แต่เป็นการออกแบบตามความต้องการใช้งานเป็นหลัก ตัวอาคารมีพื้นที่ตั้งสำนักงานได้ 4,700 แห่ง และมีลิฟต์ทั้งหมด 131 ตัว 

อาคารสุรัตฯ ก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีสูงสุดของยุค และเป็นอาคารที่เน้นเรื่องการประหยัดพลังงานและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งระบบระบายความร้อนที่อาศัยการปล่อยน้ำเย็นไหลเวียนไปใต้พื้นอาคาร ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิภายในอาคาร รวมถึงการติดตั้งระบบการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่ส่วนกลาง เป็นต้น

ที่มา : hindustantimes.com

เครดิตภาพ : YouTube /morphogenesis