สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของ พล.อ.คัง ซุน-นัม รมว.กลาโหมเกาหลีเหนือ ว่าการที่สหรัฐส่งเรือดำน้ำติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ “ยูเอสเอส เคนทักกี” จอดเทียบท่า ณ เมืองปูซาน ทางตอนใต้ของเกาหลีใต้ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2524 ที่สหรัฐส่งเรือดำน้ำรุ่นดังกล่าวเข้ามาเทียบท่าเรือของเกาหลีใต้ “อาจสอดคล้องตามเงื่อนไขทางกฎหมายของเกาหลีเหนือ ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์เพื่อปกป้องตัวเอง”


ขณะที่ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ผู้นำเกาหลีใต้ ลงพื้นที่เยี่ยมชมเรือดำน้ำเคนทักกี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และกล่าวว่า หากรัฐบาลเปียงยางเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้อาวุธนิวเคลียร์ก่อน “จะเป็นความเคลื่อนไหวนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลเปียงยาง”


อนึ่ง ข้อมูลจากกองทัพสหรัฐระบุว่า เรือเคนทักกีซึ่งเป็นเรือดำน้ำชั้นโอไฮโอ สามารถบรรทุกขีปนาวุธนำวิถีติดหัวรบนิวเคลียร์ “ไทรเดนต์ ทู” (Trident II) ได้สูงสุด 20 ลูก อย่างไรก็ตาม ไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐ ว่าการจอดเทียบท่าของเรือเคนทักกีครั้งนี้ มีการบรรทุกขีปนาวุธมาด้วยหรือไม่


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของสหรัฐและเกาหลีใต้ เป็นไปตามเนื้อหาตอนหนึ่งของ “ปฏิญญาวอชิงตัน” ที่สหรัฐและเกาหลีใต้ ลงนามร่วมกันเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคง ระหว่างที่ยุนเยือนกรุงวอชิงตัน เมื่อเดือน พ.ค. ปีนี้


ด้าน น.ส.คิม โย-จอง น้องสาวของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ กล่าวว่า การดำเนินการลักษณะนี้ของสหรัฐ มีแต่จะยิ่งทำให้รัฐบาลเปียงยางถอยห่างจากโต๊ะเจรจามากขึ้นเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เธอกล่าวว่า การจะให้เกาหลีเหนือเจรจาโดยตรงกับสหรัฐ “เป็นเรื่องฝันกลางวัน”.

เครดิตภาพ : AFP