ดูเหมือนว่า “สมรภูมิ” แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือด หลังบริษัทเทคระดับโลก ต่างทุ่มงบ พัฒนาเทคโนโลยีนี้อย่างต่อเนื่อง!!
หนึ่งในนั้นก็คือ ยักษ์เทคระดับโลกอย่าง “กูเกิล” ที่ได้พัฒนา “บาร์ด” (Bard) รุ่นทดลองเข้าสู่ตลาด ในช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา หวังแข่งกับ แชทจีพีที ( ChatGPT ) ที่พัฒนาโดย บริษัท OpenAI ซึ่งมีค่าย “Microsoft” สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง!?!
โดย Bard ถูกออกแบบมาให้เป็นอินเทอร์เฟซสำหรับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ LLM (Large Language Model) ที่ให้ผู้ใช้ทำงานร่วมกับ Generative AI โดย Bard จะใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์เพื่อให้คำตอบที่มีความใหม่และคุณภาพสูง
โดยผู้ใช้งาน สามารถใช้ Bard เพื่อช่วยปลดล็อกไอเดียใหม่ๆ และช่วยตอบข้อสงสัย ต่างๆ ใช้คิดค้นเกม หรือผู้ประกอบการที่คิดไอเดียธุรกิจใหม่ๆ ฯลฯ

ซึ่งข้อมูลจาก เว็บบล็อกของ Google ระบุว่า ปัจจุบันทาง “กูเกิล” ได้อัปเดต Bard โดยได้ย้ายไปใช้ PaLM 2 ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่รุ่นล่าสุดของ กูเกิล ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยทำการปรับปรุงในหลายๆ ด้าน รวมถึงทักษะทางคณิตศาสตร์และการใช้เหตุผลขั้นสูง และความสามารถในการเขียนโค้ด
โดยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา การเขียนโค้ดได้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนนิยมขอให้ Bard ช่วยทำมาก ที่สุดไปแล้ว!!
“กูเกิล” ระบุว่า ปัจจุบัน สามารถใช้ Bard ในภาษาต่างๆ มากว่า 40 ภาษาแล้ว แน่นอนว่า หนึ่งในนั้น คือ ภาษาไทย นอกจากนี้ยังมีภาษา จีน อาหรับ จีน เยอรมัน ฮินดี และสเปน และขยายการให้บริการ ไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงในยุโรปด้วย
สำหรับการอัปเดทฟีเจอร์ใหม่ๆ นี้ ทางกูเกิลยืนยันว่า จะสามารถให้คำตอบที่ตรงกับความต้องการ ของผู้ใช้งาน มากขึ้น อาทิ สามารถฟังคำตอบ ของ Bard โดยถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมาก หากผู้ใช้ต้องการฟังการออกเสียงคำ หรือต้องการฟังกลอนหรือสคริปต์ ก็สามารถทำด้วยวิธีง่ายเพียงแค่ป้อนคำถามหรือคำสั่ง ที่ต้องการส่ง ซึ่งเรียกว่าพรอมต์ (Prompt) และเลือกไอคอน “ฟัง” เพื่อฟังคำตอบ ซึ่ง พร้อมให้บริการแล้วในกว่า 40 ภาษา แล้ว
เรียกง่ายๆว่า ให้ Bard อ่านคำตอบสิ่งที่เราถามให้เราฟังได้!!
ที่เด็ดกว่านั้น ยังสามารถเปลี่ยนน้ำเสียงและสไตล์ในการตอบคำถาม ได้ทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน ได้แก่ แบบเรียบง่าย แบบยาว แบบสั้น แบบมืออาชีพ และแบบเป็นกันเอง

แต่ปัจจุบันฟีเจอร์นี้รองรับเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่ไม่ต้องห่วง กูเกิล บอกว่า จะขยายการรองรับภาษาใหม่ๆ เพิ่มในเร็วๆ นี้
การอัพเดท Bard ครั้งนี้ต้องยอมรับว่ายังมีฟีเจอร์เด่นๆ ที่น่าสนใจอีก คือ “ปักหมุดและเปลี่ยนชื่อบทสนทนา” ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถปักหมุดและเปลี่ยนชื่อบทสนทนาระหว่างเรากับ Bard ได้
โดยเมื่อเราเริ่มบทสนทนา จะมีตัวเลือกต่างๆ ขึ้นมาให้เลือกปักหมุด เปลี่ยนชื่อ และเลือกบทสนทนาล่าสุด ได้จากแถบด้านข้าง ทำให้สามารถพูดคุยใช้งานต่อได้จากบทสนทนาที่ผ่านไปแล้ว
ช่วยให้จัดระเบียบการสนทนา ได้ตามต้องการ เช่น เราให้ช่วยเปรียบเทียบกีฬากลางแจ้งชนิดต่างๆ ในช่วงหน้าร้อน ก็สามารถกลับมาดูเคล็ดลับต่างๆ ในภายหลังได้
และจากที่คนใช้ Bard ไปใช้ในการเขียนโค้ดอย่างต่อเนื่อง ทาง กูเกิล จึง พัฒนาฟีเจอร์ ”ส่งออกโค้ดไปรันบนแพลตฟอร์มต่างๆ” โดยผู้ใช้ สามารถส่งออกโค้ด Python ที่สร้างบน Bard ไปรันบน Replit ได้ จากที่ก่อนหน้านี้ทำได้แค่บน Google Colab ซึ่งฟีเจอร์นี้รองรับมากกว่า 40 ภาษา

สำหรับคนที่ชอบแชร์ ไม่ต้องห่วง เพราะมีฟีเจอร์ “แชร์คำตอบให้เพื่อน” โดย เราสามารถ นำบทสนทนา บางส่วน หรือทั้งหมเที่เราต้องการ แชร์ให้กับเพื่อนๆ ได้ ด้วยลิงก์ที่แชร์ได้ ซึ่งจะช่วยให้เพื่อนๆ ดูแชตของเราและแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ได้ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว โดย ฟีเจอร์นี้รองรับมากกว่า 40 ภาษา
สิ่งที่พิเศษเพิ่มขึ้นในการอัปเดทครั้งนี้ คือ ผู้ใช้งาน สามารถอัพโหลดรูปภาพพร้อมข้อความในการสนทนากับ Bard ได้ ซึ่งฟีเจอร์นี้ ทางทางกูเกิลได้นำ Google Lens มาใช้กับ Bard ซึ่งหากผู้ใช้งานต้องการข้อมูล เกี่ยวกับรูปภาพหรือ ต้องการความช่วยเหลือในส่วนของข้อความประกอบรูปภาพ ก็สามารถอัปโหลดรูปภาพ
จากนั้น Bard จะวิเคราะห์รูปภาพและ เขียนข้อความประกอบรูปภาพให้ ฟีเจอร์นี้ปัจจุบันยังรองรับ เพียงภาษาอังกฤษ แน่นอนว่าอนาคตจะขยาย ไปยังภาษาอื่นเพิ่มด้วย

การขยับตัวของกูเกิลในครั้งนี้ เรียกว่า เอาจริง ไม่ได้มาเล่นๆ อย่างแน่นอน ไม่ให้เสียชื่อ “เทค-คอมพานี” ระดับโลก แต่จะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน คงต้องให้ “ผู้ใช้งาน” หรือ “ยูสเซอร์” เป็นผู้ตัดสิน
ซึ่งใครที่อยากลองใช้งาน ก็เข้าไปสมัครใช้งานได้ฟรีที่ https://bard.google.com
ไม่แน่ว่า Bard อาจจะช่วยให้เราค้นพ้นสิ่งใหม่ๆ เกิดไอเดียในการทำสิ่งต่างๆได้มากขึ้น!?!
จิราวัฒน์ จารุพันธ์



