“One Map” คือ อะไร จะช่วยได้จริงหรือไม่ “ทีมข่าวชุมชนเมือง” สอบถามกับ น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ให้ข้อมูล One map คือ แผนที่ฐานข้อมูลกลางที่ใช้กันในหน่วยงานของ กทม. ด้วยการนำข้อมูลสำคัญจากสำนักต่างๆ และสำนักงานเขต รวมถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องมาลงเป็นข้อมูลเดียวกัน กลายเป็น “แผนที่ดิจิทัล” ของสำนักวางผังและพัฒนาเมือง เรียกว่า Bangkok One Map ที่ทุกหน่วยงานใช้เหมือนกันหมด ไม่ต้องแยกเป็นกูเกิลแม็พของสำนักนั้นๆ
โดยไฟล์ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกลงบนระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ หรือ GIS ระบบนี้ข้อมูลจะซ้อนทับกันได้ ทำให้สามารถเรียกเพื่อวิเคราะห์และบริหารสั่งการง่ายขึ้น ก่อนหน้านี้ที่รู้จักและเริ่มใช้แล้วคือ Bangkok Risk Map ฐานข้อมูลดิจิทัลเกี่ยวกับพื้นที่จุดเสี่ยงความปลอดภัย
สำหรับ กทม. เป็นหน่วยงานกลางในการจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และแผนควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กทม. ที่ผ่านๆ มา แผนร่วมทั่วไปอาจไม่เห็นภาพชัดในการปฏิบัติ แต่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ต้องการให้แผนปฏิบัติการที่วางไว้ใช้ได้จริง จึงเรียกแผนที่ดูร้านค้า สถานประกอบการที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ว่ามีอยู่บริเวณใดบ้าง บริเวณใดที่มีหนาแน่น
เนื่องจากหากสามารถช่วยแชร์ข้อมูลเหล่านั้นให้กับเครือข่าย เช่น ตำรวจ ก็จะมีข้อมูลไปดำเนินการตรวจตราว่าร้านเหล่านี้เปิดขายตามระเบียบหรือไม่
ทั้งนี้ แม้อำนาจการจับกุมจะเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม แต่ในส่วนสำนักงานเขต ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ก็จัดเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจได้ และจากแผนที่นี้จะทำให้สำนักงานเขตสามารถช่วยกำกับเรื่องอุบัติเหตุ หรือเหตุรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น จากการดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งเครือข่ายแอลกอฮอล์ก็จะได้ใช้ข้อมูลเหล่านี้ นำไปรณรงค์ให้เกิดเป็นรูปธรรมได้
“ในอดีตตนเคยทำงานวิจัยเกี่ยวกับด่านทั่วประเทศ เกี่ยวกับมาตรการในวันหยุด ทำทั้ง 4 ภาค ไม่ใช่แค่ กทม. เลยทำให้มี Best Practice (แนวปฏิบัติที่ดี) ของที่อื่น และเครือข่ายแอลกอฮอล์ก็จะมีวิธีการชุมชนที่ใช้รณรงค์แบบง่ายๆ ซึ่งเราจะนำตรงนี้มาแชร์กันและเรียนรู้กันในบางอย่าง เราอาจทำได้ถึงชุมชนใน 50 เขต โดยเฉพาะเขตที่มีสถานบริการหนาแน่น อาจมีโครงการไม่ใช่รณรงค์เพียงแค่ 7 วันอันตราย อาจถึง 2 สัปดาห์ และคาดหวังอยากทำตลอดปี”
รองผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่าทำทีละนิดทีละหน่อย ดีกว่าให้เป็นแค่แผน และนอกจากควบคุมแอลกอฮอล์แล้ว ยังสามารถใช้ในเรื่องเฝ้าระวังร้านค้าที่จำหน่ายกัญชาใกล้สถานศึกษา เพราะเมื่อเรียกดูข้อมูลคำอนุญาตของกรมการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นผู้อนุญาตให้มีการประกอบการกัญชาซึ่งได้มีการแชร์ข้อมูลมาให้กทม.ว่าอนุญาตร้านใดบ้าง
ดังนั้น เมื่อเปิด One Map ขึ้นมาดูก็พบว่าทั่วกทม.มีร้านที่ได้รับอนุญาต 2,200 แห่ง ในจำนวนนี้มี 1,444 แห่ง หรือ 65% ที่อยู่ในระยะ 300 เมตรใกล้สถานศึกษา แต่เนื่องจากถูกกฎหมาย สิ่งที่ทำได้คือสำนักงานเขต ฝ่ายสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม ฝ่ายเทศกิจ สำนักอนามัย ต้องรอบคอบในการออกตรวจ เพื่อให้รู้สึกว่ามีเจ้าหน้าที่คอยสอดส่อง และรักษามาตรฐานอยู่
ขณะเดียวกัน ศูนย์บริการสาธารณสุขแต่ละศูนย์ก็จะถูก Alert (เตือน) ว่าอยู่ในจุดที่มีร้านเหล่านี้เยอะ ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้สถานศึกษา แต่หมายความว่าอาจจะมีคนมาบริโภค หรือมาซื้อของซึ่งอาจจะเกิดเหตุฉุกเฉินได้ก็จะได้ Alert และให้ความช่วยเหลือรวดเร็ว
ลดความซ้ำซ้อน แต่ใช้ฐานข้อมูลต่อยอดการปรับแก้ปัญหา เป็นอีกวิธีที่หากขยายแนวคิดไปยังส่วนต่างๆ ได้มากขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์มากขึ้นทั้งผู้ปฏิบัติงาน และประชาชน.
ทีมข่าวชุมชนเมือง






