ยังเป็นประเด็นร้อน ที่ต้องตามอย่างต่อเนื่อง กระบวนการตรวจสอบ การทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการของกรมของกรมปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ. ) หลังเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย นำผู้เกี่ยวข้องตั้งโต๊ะแถลง โดยนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น กล่าวระหว่างแถลงผลการตรวจสอบว่า พบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ของสถ.ผู้รับจ้าง และบริษัทเอกชนภายนอก และอีกหนึ่งกลุ่มคือบุคคลที่ยังไม่ทราบตัวตน โดยในส่วนการดำเนินการทางวินัย เบื้องต้นพบมีข้าราชการสามัญสังกัด สถ. มีมูลอันควรกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยจำนวน 5 ราย ขณะเดียวกันเราได้ขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ( มศว.) ด้วยอีกทาง แต่เขาไม่ได้ให้มา จึงมีการเปรียบเทียบเฉพาะเอกสารที่มี ส่วนพฤติการณ์ของข้าราชการพลเรือน 5 รายที่กระทำความผิดนั้น เป็นเพียงการกล่าวหา จากการสอบสวนที่ผ่านมา 5 วัน ซึ่งต้องมีการขยายผลทั้งด้านวินัยและอาญา

ด้าน “นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ปลัดมท. กล่าวว่า ภายหลังคณะกรรมการชุดนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบพบว่ามีการแก้ไขคะแนน และมีคนที่มีแนวโน้ม หรือมีส่วนเกี่ยวข้องคือข้าราชการของกรมสถ. และผู้ได้รับการว่าจ้าง รวมถึงเอกชน และบุคคลภายนอก รวมถึงบริษัทที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปตรวจจับที่ จ.นนทบุรี และมีคนอื่นอีก ซึ่งมีคนอยู่ในกระบวนการเยอะพอสมควร ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย จะนำผลสอบข้อเท็จจริงมาตั้งคณะกรรมการสอบวินัย บุคคลที่อยู่ในข่ายของจำนวน 5 คน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งอยู่ในมือของตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งสอบสวนอยู่ประมาณ 10 กว่าคน โดยจะมีการขยายผลต่อไป รวมถึงป.ป.ช.จะตรวจสอบย้อนหลังว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง โดยใช้เวลา 3-6 เดือน ซึ่งเป็นที่มาของ ผู้เกี่ยวข้องไม่ได้มีเพียงแค่ 5 คน

เมื่อถามถึง การทำ TOR เพื่อคัดเลือกบริษัทที่จะมาจัดสอบ ซึ่งเกี่ยวกับอธิบดีสถ.ทั้ง 3 คนที่ผ่านมาจะมีการตรวจสอบหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เริ่มต้นมาตั้งนานแล้ว มีส่วนเกี่ยวข้องกับอธิบดีฯในอดีต มาจนถึงปัจจุบันก็ 4 คน แต่ตอนนี้กระทรวงมหาดไทยได้ทำการตรวจสอบและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ 7 วัน เพื่อบอกประชาชนว่ามีการทุจริตหรือไม่ มีการแก้กระดาษคำตอบหรือไม่ ก็จะรู้ผลแค่ตรงนั้น ส่วนเรื่อง TOR ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินคดีอาญาข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 คนหรือไม่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า แน่นอน

ที่น่าสนใจคือ กรมสถ.ได้ออกเอกสาร รายงานผลการสืบสวนข้อเท็จจริง กรณีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคล เป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นคือ .กระบวนการตรวจ และประมวลผลจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน 3.1.พบว่าไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่านที่ สถ.ได้รับจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้าง มีชื่อเจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้าง บันทึกไฟล์เป็นคนสุดท้าย โดยมีประวัติการเข้าใช้ 115 ครั้ง รวมถึงมีชื่อบริษัทเอกชน ที่ปรากฏเป็นข่าวว่า มีการปลอมแปลงกระดาษคำตอบ เข้ามาแก้ไขไฟล์ ซึ่งมีข้าราชการ สถ.เป็นผู้รับแฟลตไดร์ฟ ไฟล์ประมวลผลผู้สอบผ่านภาค ก ภาค ข และภาค ค จากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบของผู้รับจ้าง เพื่อนำไปประกาศบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิสอบภาค ค และบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ ซึ่งไม่ใช่แฟลตไดร์ฟผู้สอบผ่านภาค ก และ ภาค ข ที่เก็บรักษาไว้ ในตู้นิรภัยที่ห้องอธิบดี สถ.
3.2.ร่าง TOR กำหนดให้ผู้รับจ้าง บันทึกคะแนน ทวนสอบคะแนนที่บันทึกส่งมอบผลการประมวลผลการสอบ ให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขัน และจัดทำบัญชีประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค และบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ โดยพบว่า มีข้าราชการผู้รับผิดชอบของ สถ. ร่วมกันตรวจทานรหัสผู้เข้าสอบกับตำแหน่งสอบ จำนวนรวมผู้สอบได้แต่ละตำแหน่งจากไฟล์บัญชีรายชื่อผู้สอบผ่าน ที่ได้รับมอบจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ของผู้รับจ้างจำนวนหลายครั้ง ทั้งก่อนและหลังเสนอคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขัน ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบภาค ค และรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ จึงมีมูลเหตุอันควรเชื่อได้ว่า อาจเกิดการแก้ไขคะแนน คำตอบในขั้นตอนนี้ ระหว่างข้าราชการผู้รับผิดชอบของ สถ. ผู้รับจ้าง รวมถึงบุคคลอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง โดยไม่พบว่า มีข้าราชการ สถ.ผู้ใดเคยสัมผัส หรือเก็บรักษาคีย์เฉลยที่ผู้รับจ้างจัดทำและเก็บรักษาไว้เพื่อใช้สำหรับตรวจกระดาษคำตอบ ตลอดกระบวนการสอบแข่งขันในครั้งนี้
ต้องรอดูสัปดาห์นี้ จะมีการเปิดเผย รายชื่อ ผู้เกี่ยวข้องจำนวน 5 ราย ซึ่งเชื่อมโยง กับการทุจริตสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่น จะสั่งให้พักการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัย ที่สำคัญจะมีการนำแฟลตไดร์ฟ ไฟล์ประมวลผลผู้สอบ ของ“สถ.” กับ“มศว.”ไปเทียบเคียงกับ เพื่อหาความผิดปกติหรือไม่

มีผลสำรวจจาก 2 สถาบันการศึกษา ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลการสำรวจ เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 2/2569” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ วันที่ 29 มิ.ย.-2 ก.ค. จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,500 หน่วยตัวอย่าง จากการสำรวจเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 26.08 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน) อันดับ 2 ร้อยละ 21.68 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)อันดับ 3 ร้อยละ 11.80 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 4ร้อยละ 11.64 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)อันดับ 5 ร้อยละ 10.24 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้
อันดับ 6 ร้อยละ 4.08 ระบุว่าเป็น นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม (พรรคไทยภักดี) อันดับ 7 ร้อยละ 2.72 ระบุว่าเป็น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย) อันดับ 8 ร้อยละ 2.56 ระบุว่าเป็น พล.อ.เอกรังษี กิติญาณทรัพย์ (พรรคเศรษฐกิจ)อันดับ 9 ร้อยละ 2.16 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย)อันดับ 10 ร้อยละ 2.04 ระบุว่าเป็น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (พรรครวมไทยสร้างชาติ
ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงพรรคการเมืองที่ประชาชนจะสนับสนุนในวันนี้ พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 34.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 17.00 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย อันดับ 3 ร้อยละ 16.84 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย อันดับ 4 ร้อยละ 12.68 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 5.32 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้ อันดับ 6 ร้อยละ 2.96 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ อันดับ 7 ร้อยละ 2.76 ระบุว่าเป็น พรรคไทยภักดี อันดับ 8 ร้อยละ 2.04 ระบุว่าเป็น พรรคเศรษฐกิจ อันดับ 9 ร้อยละ 1.92 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย อันดับ 10 ร้อยละ 1.60 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย และร้อยละ 2.08 ระบุอื่นๆ ได้แก่ พรรคกล้าธรรม พรรคพลังประชารัฐ พรรคโอกาสใหม่ พรรคประชาชาติ และพรรคไทรวมพลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการสำรวจครั้งที่1/2569 เดิมนายณัฐพงษ์ อยู่ที่ 30.60% เทียบกับครั้งนี้ ลดลง4.52% นายอนุทิน จาก29.40% ลดลง7.72% นายอภิสิทธิ์ จาก10.92% เพิ่มขึ้น 0.88% นายยศชนนัน จาก8.08% เพิ่มขึ้น3.56% ขณะที่พรรคประชาชน จาก35.80% ลดลง1% พรรคภูมิใจไทย จาก26.60% ลดลง9.6% พรรคเพื่อไทย จาก12.04% เพิ่มขึ้น4.8% พรรคประชาธิปัตย์ จาก11.64% เพิ่มขึ้น1.04%

ด้าน “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่องดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนมิ.ย.2569 กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,054 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. -3 ก.ตค. 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือน มิ.ย. เฉลี่ย 3.69 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือน พ.ค.2569 ที่ได้ 3.66 คะแนนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.17 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติด และผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.03 คะแนน
สำหรับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 35 รองลงมาคือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 27.84 ตามด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 16.11, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ร้อยละ 13.02, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ร้อยละ 8.03 ส่วนฝ่ายค้าน คือ น.ส.รักชนก ศรีนอก ร้อยละ 30.12 รองลงมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 24.11, นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ร้อยละ 23.6, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ร้อยละ 11.62, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ร้อยละ 10.55 ผลงานฝ่ายรัฐบาลที่ชื่นชอบประจำเดือน คือ ไทยช่วยไทยพลัส ร้อยละ 62.37 ตามมาด้วยนโยบายเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 23.91, การแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา 13.72 ด้านผลงานฝ่ายค้านที่ประชาชนชื่นชอบประจำเดือน คือ การตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ร้อยละ 44.14 รองลงมา คือ การอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 ร้อยละ 35.58, การติดตามตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชัน ร้อยละ 20.28
ขณะที่ “รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล” นักวิเคราะห์การเมือง แสดงความคิดเห็นภายหลังการเผยแพร่ผลสำรวจความนิยมทางการเมืองของนิด้าโพล ที่รอบนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคปชน.คะแนนนำ ว่า ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า “พรรคสีน้ำเงิน” มีคะแนนนิยมลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่รัฐบาลเพิ่งเข้าบริหารประเทศ ได้เพียงประมาณ 3 เดือน ขณะที่ “พรรคสีแดง” สามารถปรับเกมการเมืองได้ดีขึ้น โดยเฉพาะคะแนนนิยมของอ.เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เรื่องนี้สะท้อนว่า “นายใหญ่ก็คือนายใหญ่” อิทธิพลทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ ประเด็นที่น่าสนใจของผลสำรวจครั้งนี้คือ ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่กว่า 70% เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและชนชั้นกลางระดับล่าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากที่สุด และยังเป็นฐานเสียงสำคัญ ที่เคยสนับสนุนพรรคสีน้ำเงินในการเลือกตั้งที่ผ่านมา
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า การที่คะแนนนิยมของพรรคสีน้ำเงินลดลง สะท้อนว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ยังไม่สามารถตอบโจทย์ ความเดือดร้อนของประชาชนได้ ประกอบกับข่าวด้านลบหลายประเด็น ทั้งโครงการ AI และข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในกระทรวงมหาดไทย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างมาก
ต้องจับตาวันที่ 9 ก.ค.69 นี้ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ(รธน.) อาจจะมีคำวินิจฉัยคดีเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งหากศาลวินิจฉัยว่าไม่ขัดรธน.รัฐบาลจะประคองสถานการณ์ได้ แต่หากวินิจฉัยว่าขัดรธน. ไม่ว่าทั้งฉบับหรือบางส่วน ก็อาจสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมือง อย่างมีนัยสำคัญ และส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะต่อไป รศ.ดร.ธนพร กล่าว

ต้องยอมรับช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” มีกระแสลบอย่างต่อเนื่อง หลังมีความพยายามผลักดัน“โครงการ TH-AI Passport “และยังช่วยทำให้คะแนนนิยมของ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มาเป็นอับดับหนึ่ง รวมถึง “พรรคประชาชน” ก็โดดเด่นมากที่สุด คงต้องรอดูคะแนนนิยม ของพรรคฝ่ายค้านจะยืนระยะได้นานแค่ไหน แกนนำรัฐบาลจะปรับยุทธศาสตร์อย่างไร เพื่อดึงความนิยมกลับมา
ทีมข่าวการเมือง



