เมื่อวันที่ 1 ส.ค. น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ยืนยันว่าไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตนคิดว่า จะปรับ ครม. หรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับสิ่งที่ควรปรับมากที่สุด คือภาวะผู้นำของนายอนุทิน ที่วันนี้แทบจะไม่เห็น ลุยเรื่องที่ควรจะลุย จัดการเรื่องที่หัวเด็ดตีนขาด เหมือนที่ใครๆ เขาบอกกันว่า สิ่งที่นายกฯ ถนัดมากที่สุดคือเป็นคนประเภทสุขนิยม ท่านจะสุขนิยมอยู่คนเดียวในประเทศไทยไม่ได้ ต้องมองความเป็นจริงด้วยว่าวันนี้คนไทยทุกคนแบกรับภาระมีความทุกข์จากการบริหารประเทศของท่านมากน้อยแค่ไหน ไล่ตั้งแต่ ปัญหาการกักตุนน้ำมัน ทุจริตสอบท้องถิ่น เศรษฐกิจปากท้อง รวมถึงการฮั้ว สว. แม้จะมีหลักฐานมากที่สุด แต่ก็หน้าไม่อายมากกว่าที่คิดที่จะยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง วันนี้คนไทยทั้งประเทศ หรือมองมาจากดาวอังคารเขาก็รู้ สว. มีการจัดตั้งหรือไม่ แบบที่มีกระบวนการซึ่งมันเกี่ยวข้องกับพรรค ภท. สิ่งสำคัญที่สุดวันนี้คือการฮั้ว สว. และการทุจริตโกงสอบท้องถิ่น สืบสาวราวเรื่องกันให้ดีๆ มันมีส่วนที่ทับซ้อนกัน
น.ส.ภคมน ยังกล่าวถึงกรณีรัฐมนตรีกลุ่มลูกเทพ ว่า หากจะปรับลูกเทพแล้วให้ลูกคนอื่นมาเป็นรัฐมนตรี ก็ยังพอมีแง่มุมดีกับภาพลักษณ์บ้าง แม้จะไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรก็ตาม เท่าที่ตนได้สัมผัส สังเกต และมีการพูดคุย มีคนต่อแถวเป็นรัฐมนตรีอยู่มากในพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แถวสองหรือแถวสาม วันนี้คนที่เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี เป็นผู้อาวุโสต่างๆ เขาก็ไม่มีความเชื่อมั่นรัฐมนตรีในพรรคตัวเอง ตนได้มีการพูดคุยรับทราบประมาณว่ารัฐมนตรีที่ทำหน้าที่อยู่ในขณะนี้ซึ่งอยู่ในกลุ่มของลูกเทพนั่นแหละ มือไม่ถึง เมื่อเทียบกับพวกเขาในอดีตซึ่งบุคคลเหล่านั้นอาจจะเป็นผู้อาวุโสหรืออะไรก็ตาม แต่เจตนาการพูดแบบนี้มันพอจะบ่งบอกได้ว่า คุณไม่ต้องบอกว่าให้คนข้างนอกเชื่อมั่นหรอก คนในพรรคภูมิใจไทยก็ยังไม่เชื่อมั่นเหล่ารัฐมนตรีลูกเทพ ย้ำว่า สิ่งที่ต้องปรับคือภาวะผู้นำนายกฯ จะไปบอก ไปว่านักวิเคราะห์การเมืองหรืออะไร มันหน้าที่ของเขา หน้าที่ของนายกฯ คือทำให้เห็นสิว่าสิ่งที่เขาวิจารณ์ มันไม่เป็นความจริง
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า และสิ่งที่เลวร้ายที่สุด ที่รับไม่ได้ คือการที่นายกฯ ออกมาบอกทำนองว่า 2 น. 1 พ. แตกกัน มันเป็นเรื่องในครอบครัว ถ้าลุงอาวุโส 3 คนดังกล่าวนั่งอยู่บ้าน ไม่บังเอิญมายุ่งเกี่ยวกับการจัดแจงประเทศไทย ประชาชนคงไม่ไปยุ่ง การพูดในเชิงเป็นเรื่องในครอบครัว อย่ายุ่ง นายอนุทินเข้าใจผิดไปเยอะมากว่าวันนี้ตัวเองกำลังทำหน้าที่อะไร พวกเราฝ่ายค้านคงจะไปเปลี่ยนแปลงรสนิยมนายกฯ ไม่ได้ แต่เราจะตรวจสอบอย่างหนักแน่นอน ในการเปิดเวทีอภิปรายตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งมันเกิดขึ้นภายในปีนี้แน่นอน ส่วนจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แบบลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 หรือการเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ให้รอติดตามว่าพรรคประชาชน รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะใช้วิธีการใด ในการตรวจสอบรัฐบาลที่ดูแคลนประชาชน ตนย้ำว่ารอให้ฝ่ายค้านพูดคุยรายละเอียดก่อน แต่คิดว่าน่าจะไม่ชักช้า คือภายในปีนี้สมัยประชุมที่กำลังจะถึง คือว่ารัฐบาลโดนอภิปรายแน่นอน แต่ยังไม่อยากบอกว่าเดือนไหน เอาเป็นว่าอารมณ์ของประชาชนวันนี้มันต้องเป็นระดับรุนแรงอยู่แล้ว.



