เมื่อวันที่ 25 ก.ค. น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผย กรณีลงนามข้อตกลงความร่วมมือด้านการจัดการประชากรสุนัขและแมวที่เป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้า และการสร้างภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ระหว่าง กทม. และมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย โดยมีนายสุนทร สุนทรชาติ ผอ.สำนักอนามัย กทม. และนายตันติกร รุ่งพัฒนะ ผอ.ฝ่ายจัดการประชากรสุนัขและแมว ประเทศไทย ร่วมด้วย

รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุ การจัดการและดูแลสุนัขและแมวจรจัด กทม. ทำเองหน่วยงานเดียวไม่ไหว ต้องร่วมมือกัน มิติหนึ่งคือการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว อีกมิติคือจะมีส่วนหนึ่งตั้งคำถามว่าทำไมไม่จับหรือจัดการให้เรียบร้อยไปเลย ต้องเข้าใจคนที่รักสุนัขและแมว หรือรักสัตว์ด้วย ดังนั้น ในกระบวนการทำงานต้องคุยกันหลายฝ่าย

“เป็นเรื่องการสร้างความเข้าใจไม่ใช่ทำได้โดยทันที ความยากของงานมีทั้งยากในแง่ทำอย่างไรให้เรามีทรัพยากรพอที่จะจัดการงานทั้งในแง่บุคลากรและเทคนิค และในแง่ของการทำงานที่แต่ละขั้นตอนเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและต้องใช้ความชำนาญการเฉพาะ ซึ่งความร่วมมืออาจไม่เห็นทันตา ต้องใช้เวลา 1-2 ปี จึงเห็นเป็นรูปธรรม

รองผู้ว่าฯ เผยความคาดหวังความร่วมมือครั้งนี้ จะเพิ่มอัตรากำลัง ความสามารถ รสนิยมในการทำงาน การดูแลสุนัขและแมว เพราะในปีหน้า ผู้ว่าฯ กทม. ตั้งเป้าการทำหมัน ฝังชิพ ขึ้นทะเบียนสุนัขและแมวด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบันปัญหาเกี่ยวกับสัตว์จรจัดในพื้นที่ กทม. พบสุนัขและแมวมีจำนวนเพิ่มขึ้น และสร้างปัญหาทางด้านสาธารณสุข จึงมีการผลักดันแก้ไขปัญหาต่อเนื่องร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยปีงบประมาณ 65 สำนักอนามัย กทม. ทำหมันสุนัขและแมว รวม 18,757 ตัว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 106,217 ตัว ขณะที่ปีงบประมาณ 66 ข้อมูลถึงเดือน มิ.ย. 66 ทำหมันสุนัขและแมว รวม 17,330 ตัว ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า 110,819 ตัว ถือว่าลดปัญหาการเพิ่มจำนวนได้บางส่วน และลดอุบัติการณ์โรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์ ซึ่งต้องทำให้เข้มข้นและต่อเนื่องต่อไป.