สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองนูเมอา ดินแดนนิวแคลิโดเนีย เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เยือนนิวแคลิโดเนีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อพบหารือกับฝ่ายการเมืองทั้งที่สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลปารีส โดยมาครงกล่าวว่า ทุกภาคส่วนมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน เพื่อบรรลุฉันทามติเกี่ยวกับสถานะตามรัฐธรรมนูญ ของนิวแคลิโดเนีย

La visite d’Emmanuel Macron en Nouvelle-Calédonie vise à trouver un accord sur l’avenir du territoire. Une cérémonie traditionnelle est prévue en son honneur à Touho, en Nouvelle-Calédonie, suivie par l’accueil des élus locaux pic.twitter.com/GJowsdmg9H
— TRT Français (@trtfrancais) July 25, 2023
ทั้งนี้ นิวแคลิโดเนีย ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ลงประชามติครั้งล่าสุด เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ปรากฏว่า 96.49% ต้องการเป็นดินแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยของฝรั่งเศสต่อไป อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิอยู่ที่เพียง 41.6% เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนการเป็นเอกราช ร่วมกันบอยคอตการลงประชามติครั้งนี้

ปัจจุบัน นิวแคลิโดเนียมีประชากรเกือบ 295,000 คน เคยจัดการลงประชามติเรื่องนี้มาแล้ว เมื่อปี 2561 และ 2563 ส่วนการลงประชามติครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้าย ตามเงื่อนไขของ “ข้อตกลงนูเมอา” เมื่อปี 2541 ว่าด้วยการกระจายอำนาจ และการจัดลงประชามติ ซึ่งเป็นผลจากความเห็นชอบร่วมกัน ระหว่างชาวพื้นเมืองคานัคซึ่งต้องการเอกราช กับชาวผิวขาวซึ่งยังคงต้องการอยู่กับฝรั่งเศส โดยทั้งสองฝ่ายสู้รบกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 ราย
อนึ่ง การที่นิวแคลิโดเนียจะเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสต่อไป ถือเป็นชัยชนะทางการเมืองและการทูตที่สำคัญมากสำหรับมาครง ซึ่งกำลังผลักดันนโยบายอินโด-แปซิฟิก ทั้งนี้ รัฐบาลกลางในกรุงปารีสซึ่งปกครองดินแดนนิวแคลิโดเนีย ตั้งแต่ปี 2396 จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้กับรัฐบาลนูเมอาปีละ 1,500 ล้านยูโร (ราว 57,172.10 ล้านบาท) คิดเป็นมากกว่า 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของนิวแคลิโดเนีย และกองทัพฝรั่งเศสยังตั้งฐานทัพที่นี่ด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



