สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองนูเมอา ดินแดนนิวแคลิโดเนีย เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เยือนนิวแคลิโดเนีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อพบหารือกับฝ่ายการเมืองทั้งที่สนับสนุนและต่อต้านรัฐบาลปารีส โดยมาครงกล่าวว่า ทุกภาคส่วนมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ร่วมกัน เพื่อบรรลุฉันทามติเกี่ยวกับสถานะตามรัฐธรรมนูญ ของนิวแคลิโดเนีย

ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ทักทายกับประชาชน ระหว่างพิธีต้อนรับ ที่เมืองนูเมอา ดินแดนนิวแคลิโดเนีย


ทั้งนี้ นิวแคลิโดเนีย ซึ่งเป็นดินแดนโพ้นทะเลของฝรั่งเศส ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก ลงประชามติครั้งล่าสุด เมื่อเดือน ธ.ค. 2564 ปรากฏว่า 96.49% ต้องการเป็นดินแดนอยู่ภายใต้อธิปไตยของฝรั่งเศสต่อไป อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิอยู่ที่เพียง 41.6% เนื่องจากฝ่ายสนับสนุนการเป็นเอกราช ร่วมกันบอยคอตการลงประชามติครั้งนี้

ธงฝรั่งเศสและธงนิวแคลิโดเนีย ที่เมืองนูเมอา


ปัจจุบัน นิวแคลิโดเนียมีประชากรเกือบ 295,000 คน เคยจัดการลงประชามติเรื่องนี้มาแล้ว เมื่อปี 2561 และ 2563 ส่วนการลงประชามติครั้งนี้ ถือเป็นครั้งสุดท้าย ตามเงื่อนไขของ “ข้อตกลงนูเมอา” เมื่อปี 2541 ว่าด้วยการกระจายอำนาจ และการจัดลงประชามติ ซึ่งเป็นผลจากความเห็นชอบร่วมกัน ระหว่างชาวพื้นเมืองคานัคซึ่งต้องการเอกราช กับชาวผิวขาวซึ่งยังคงต้องการอยู่กับฝรั่งเศส โดยทั้งสองฝ่ายสู้รบกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 70 ราย


อนึ่ง การที่นิวแคลิโดเนียจะเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของฝรั่งเศสต่อไป ถือเป็นชัยชนะทางการเมืองและการทูตที่สำคัญมากสำหรับมาครง ซึ่งกำลังผลักดันนโยบายอินโด-แปซิฟิก ทั้งนี้ รัฐบาลกลางในกรุงปารีสซึ่งปกครองดินแดนนิวแคลิโดเนีย ตั้งแต่ปี 2396 จัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้กับรัฐบาลนูเมอาปีละ 1,500 ล้านยูโร (ราว 57,172.10 ล้านบาท) คิดเป็นมากกว่า 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของนิวแคลิโดเนีย และกองทัพฝรั่งเศสยังตั้งฐานทัพที่นี่ด้วย.

เครดิตภาพ : AFP