สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่า สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำชางงีจัดการแขวนคอ นายโมฮัมเหม็ด อาซิซ บิน ฮุสเซ็น สัญชาติสิงคโปร์ วัย 57 ปี จากความผิดฐานลักลอบนำเฮโรอีนน้ำหนัก “ไม่น้อยกว่า 49.98 กรัม” เข้ามาในประเทศ และศาลพิพากษาเมื่อปี 2560 ให้จำเลยรับโทษประหารชีวิต


ทั้งนี้ ฮุสเซ็นเป็นนักโทษคนที่ 14 ของสิงคโปร์ ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการประหารชีวิต นับตั้งแต่สิงคโปร์กลับมาเดินหน้าโทษประหารชีวิต เมื่อเดือน มี.ค. 2565 หลังระงับไปนาน 2 ปี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19


ขณะที่วันศุกร์ที่ 27 ก.ค. จะเป็นกำหนดการแขวนคอประหารชีวิต นางสาริเทวี ดิจามานี สัญชาติสิงคโปร์ วัย 45 ปี หลังศาลฎีกาพิพากษาเมื่อปี 2561 ให้เธอรับโทษประหารชีวิต จากความผิดฐานลักลอบนำเฮโรอีนน้ำหนัก 30 กรัม เข้ามาในประเทศ


หากแผนการประหารชีวิตดิจามานีเป็นไปตามกำหนด เธอจะเป็นนักโทษหญิงคนแรกในรอบ 19 ปี ของสิงคโปร์ ซึ่งต้องเข้าสู่กระบวนการประหารชีวิต นับตั้งแต่การประหารชีวิต น.ส.เหยียน เมย์ เหวิน เมื่อปี 2547 ในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดเช่นกัน ตามฐานข้อมูลของทีเจซี


เป็นที่ทราบกันดีว่า สิงคโปร์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีกฎหมายเข้มงวดที่สุดในโลก โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งการลักลอบนำกัญชาน้ำหนักมากกว่า 500 กรัม และเฮโรอีนน้ำหนักมากกว่า 15 กรัม เข้ามาในประเทศ มีบทลงโทษถึงประหารชีวิต.

เครดิตภาพ : AFP