สังคมไทยทุกยุคทุกสมัย อาจจะเห็นว่ามี “น้อยคนนัก” ที่เลื่อนชั้นตนเองจากปุถุชนคนธรรมดา เป็นบุคคลผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ โดยเฉพาะลูกชาวนา ตาสี ตาสา ที่จะฟันฝ่าอุปสรรคชีวิต ต่อสู้ ดิ้นรน ไขว่คว้าสู่ระบบการศึกษา จนประสบกับความสำเร็จในชีวิต ในเส้นทางการเมือง หรือในระบบข้าราชการ หากแต่ “บุญแก้ว สมวงศ์” สส.ยโสธร เขต 2 ครองแชมป์ 3 สมัยติด ที่ไม่เคยลืมกำพืดตนเอง แถมบอกใครๆ ด้วยความภาคภูมิใจว่าเป็น “สส.ลูกชาวนา” สามารถทำได้ อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เป็นไอดอลของใครต่อใครหลายคน

ตลอด 20 ปี ที่คร่ำหวอดบนถนนสายการเมืองเพราะชีวิตมิใช่นิยาย แต่ความฝันสามารถเป็นจริงได้ด้วยความมุมานะ บากบั่นพยายาม เฉกเช่น “บุญแก้ว สมวงศ์” ลูกชาวนา เด็กกำพร้าบิดามาตั้งแต่วัย 12 ขวบ ก่อนจะรวบรวมพลังความฮึด บวกกับความอึด สไตล์ลูกอีสานขนานแท้ ร่ำเรียนเพียรศึกษา จนสำเร็จการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี และศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาผู้นำทางสังคม ธุรกิจและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต โดยไต่เต้ามาจากผู้รับเหมาก่อสร้างระดับหมู่บ้าน ตำบล จนกระทั่งได้รับการเลือกตั้งเป็น สจ. 2 สมัย ก่อนที่จะชิมลาง แต่ “เอาจริง” กับการลงสมัครสนามใหญ่ สส.ยโสธร เขต 2 ครั้งแรกในปี 54 และได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น
บุญแก้ว สมวงศ์ ปัจจุบันอายุ 54 ปี เป็นบุตรชายคนโตของคุณพ่อสมจิตร และคุณแม่หนูเพชร สมวงศ์ มีพี่น้อง 4 คน หนึ่งในนั้นคือนายวิเชียร สมวงศ์ ซึ่งเป็นน้องชาย ปัจจุบันเป็นนายก อบจ.ยโสธร พื้นฐานครอบครัวประกอบอาชีพทำนา แต่โชคชะตาเล่นกล กำพร้าคุณพ่อตั้งแต่อายุ 12 ขวบ บากบั่นร่ำเรียนมาจนจบปริญญาตรี โดยมีคุณแม่เป็นเรี่ยวแรงหลักหาเงินส่งเสียให้ได้ศึกษาเล่าเรียน เคยเป็น สจ. 2 สมัย โดยในสมัยที่ 2 เป็นรองประธานสภา อบจ.ยโสธร ได้รับการเลือกตั้งเป็น สส.ครั้งแรกในปี 54 สังกัดพรรคเพื่อไทย, ต่อมาได้รับโอกาสเป็นกรรมาธิการ กมธ.การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนฯ และรองประธาน กมธ.การกีฬาสภาผู้แทนฯ คนที่ 1

สส.บุญแก้ว เล่าว่า หลังจากเรียนจบ ป.ตรี ประมาณปี 36-39 ก็ใช้ชีวิตเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ จนเข้าถึงปัญหา ความต้องการ แบบ “รู้ลึก รู้ดี ตีแตก” พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มวัย ทุกสาขาอาชีพ จนกระทั่งปี 47 ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่าย “คนรักพี่แก้ว” ลงสมัคร สจ.เป็นครั้งแรก ปรากฏว่าชนะ ได้เป็น สจ.สมัยแรก และต่อมาในปี 51 มีการเลือกตั้ง สจ.อีก ก็สามารถรักษาเก้าอี้ไว้ได้เป็นสมัยที่ 2 และได้รับความไว้วางใจจากสภา ขยับขึ้นเป็นรองประธานสภา อบจ.ยโสธร
“เหตุผลของการเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตมาสมัครสนามใหญ่ สส.ยโสธร เขต 2 ในปี 54 ไม่มีอะไรมาก สืบเนื่องจากเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ก่อนแล้ว และเป็นคนในพื้นที่ เป็นคนง่ายๆ คบง่าย คุยง่าย ไปมาหาสู่พี่น้องประชาชนตลอด ออกงานอย่างน้อยวันละ 4-5 งาน ขณะที่เจ้าของเก้าอี้เดิมคือ คุณรณฤทธิชัย คานเขต อดีตดาราดัง และอดีต สส. 5 สมัย หลายสังกัดพรรค ล่าสุดพรรคภูมิใจไทย แต่ก็มีกระแสจากพี่น้องประชาชน จึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส. สังกัดพรรคเพื่อไทย ได้เป็น สส.สมัยแรก และในการเลือกตั้งปี 62 ก็เอาชนะ คุณรณฤทธิชัย และผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ อีก ได้เป็น สส.สมัยที่ 2”

สส.บุญแก้ว กล่าวว่า การลงเลือกตั้งเมื่อ 14 พ.ค.66 ถึงแม้จะถูกประกบด้วยคู่แข่งหน้าเดิม หน้าใหม่ จากพรรคใหญ่ มาแรง หลายพรรค หลายคน แต่ก็ไม่หนักใจ เพราะตนอยู่กับพี่น้องประชาชนมาหลายสมัย และลงพื้นที่เยี่ยมยามถามไถ่ พบปะพี่น้องประชาชน และร่วมกิจกรรมและงานประเพณีต่างๆ ตลอดปี มีผลงานที่โดดเด่น ลงพื้นที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนมาโดยตลอด จนมีคำพูดติดปากว่า “มีปัญหาปรึกษาแก้ว”
นอกจากนี้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ยโสธร เขต 2 ก็ทราบดี ในผลงานการทำหน้าที่ทั้งในสภาผู้แทนราษฎร ที่นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเสนอผ่านสภาผู้แทนฯ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบและดำเนินการช่วยเหลือ โดยในสมัยรัฐบาลที่ผ่านมา ได้ผลักดันโครงการก่อสร้างถนนสี่เลน อ.มหาชนะชัย-อ.คำเขื่อนแก้ว ระยะทางประมาณ 12 กม. งบประมาณ 519,150,000 บาท และสะพานข้ามแม่น้ำชี ที่ อ.มหาชนะชัย งบประมาณ 180 ล้านบาทอีกด้วย
“ในพื้นที่ ยโสธร เขต 2 ประกอบด้วย อ.ค้อวัง อ.มหาชนะชัย อ.คำเขื่อนแก้ว อ.ป่าติ้ว และ อ.ไทยเจริญบางส่วน ยังมีปัญหาคล้ายกับพื้นที่อื่นๆ ที่รอรับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนคือปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหาต้นทุนการผลิตภาคการเกษตรที่สูงขึ้น ราคารับซื้อผลผลิตข้าว โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิที่ขึ้นชื่อ มันสำปะหลัง ยางพารา แต่ราคาซื้อขายยังตกต่ำ รายได้ไม่คุ้มกับต้นทุนที่เสียไป นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ซึ่งพี่น้องประชาชน มีสิทธิแค่จับจอง และครอบครองเพื่อปลูกสร้างบ้านและทำกินเท่านั้น ไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ซึ่งเป็นประเด็นที่จะต้องดำเนินการแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องต่อไป”

สส.บุญแก้ว กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องน้ำไม่พอใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งแม่น้ำสายหลักในพื้นที่มี 2 สายคือแม่น้ำชี และลำเซบาย ปีไหนที่ฝนชุกเกิดภาวะน้ำท่วม ขณะที่ฤดูแล้งประสบปัญหาขาดแคลน จึงมีแผนงานที่จะผลักดันให้มีการขุดลอกลำห้วยสาขา และอ่างเก็บน้ำ ที่ส่วนใหญ่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง โดยเฉพาะโปรเจ็กต์ใหม่ จะผลักดันโครงการสร้างประตูเปิด-ปิดกั้นแม่น้ำชี ช่วงบ้านเวินชัย ต.ผือฮี อ.มหาชนะชัย งบประมาณที่ประเมินไว้ 100 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถกระจายน้ำสู่แปลงเกษตรให้กับพี่น้องประชาชน ได้มีน้ำประกอบอาชีพเกษตรกรรมในฤดูแล้งได้ไม่น้อยกว่า 1 หมื่นไร่ทีเดียว
“ผมทราบว่า พี่น้องประชาชน รอคอยการกลับมาของพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และขับเคลื่อนนโยบายดีๆ ขณะที่ จ.ยโสธร เขต 2 ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบ ผมจะพยายามผลักดันโครงการต่างๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการ และพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ โดยจะทำงานอย่างเต็มที่ และติดตามงบประมาณอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาลงพื้นที่ให้มากที่สุด”
สุดท้าย สส.บุญแก้ว สมวงศ์ สส.ยโสธร เขต 2 พรรคเพื่อไทย เจ้าของวลี “มีปัญหาปรึกษาแก้ว” ยังได้ให้ทัศนะเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่กำลังระบาดหนักว่า การแก้ไขปัญหาที่จะได้ผล ต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ทุกฝ่ายต้องจับมือกันแก้ไขอย่างจริงจัง เปิดอกเปิดใจคุยกันเพื่อหาทางออก หาทางแก้ไข ด้วยความเข้าอกเข้าใจ เพื่อเอาลูกหลานที่หลงผิดกลับคืนมาสู่อ้อมกอด และนำความสุขกลับคืนมาสู่ครอบครัว ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจเถิดว่า พรรคเพื่อไทยกลับมา ลูกหลานก็จะต้องกลับมา ยาเสพติดต้องหมดไป.
———————
เสี่ยวหลงเปา



