สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า ข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) และศูนย์บริการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัสแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ระบุไปในทางเดียวกันว่า “มีความเป็นไปได้สูงมาก” ที่เดือน ก.ค. ปีนี้ จะเป็นเดือนซึ่งโลกเผชิญกับอุณหภูมิสูงสุด นับตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1940


ทั้งนี้ เลขาธิการยูเอ็นกล่าวว่า โลกผ่านช่วงเวลา “โลกร้อน” ไปแล้ว สถานการณ์ใหม่ที่ทุกฝ่ายกำลังเผชิญเรียกว่า “โลกกำลังเดือด” ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังกว่านี้ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้มากที่สุด


ข้อมูลจากดับเบิลยูเอ็มโอระบุว่า ช่วงเวลา 8 ปีล่าสุดจนถึงปี 2565 เป็นช่วงที่อุณหภูมิโลกสูงทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เผชิญกับอิทธิพลของลานีญา ดังนั้น มีความเป็นไปได้สูงมากที่อุณหภูมิโลกจะเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏกาณ์เอลนีโญ ซึ่งจะทวีความรุนแรงในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


ด้านการคาดการณ์โดยสถาบันสถาบันโคเปอร์นิคัส ระบุว่า อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกในปี 2566 จะร้อนกว่าปี 2559 ขณะที่ค่าเฉลี่ยของอุณหภูมิโลก ณ ปัจจุบัน ยังคงสูงกว่ายุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมราว 1.2 องศาเซลเซียส


นอกจากนั้น อุณหภูมิน้ำทะเลทั่วโลกยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยอุณหภูมิน้ำทะเลในเขตน้ำตื้น นอกชายฝั่งทางตอนใต้ของรัฐฟลอริดา สูงถึง 37.8 องศาเซลเซียส เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คาดว่าน่าจะเป็นสถิติโลก แต่จะส่งผลกระทบต่อแนวปะการังในพื้นที่อย่างแน่นอน.

เครดิตภาพ : AFP