สำนักข่าวต่างประเทศรายงานถึงแนวโน้มการใช้เงินสกุลเหรินเหมินปี้ หรือเงินหยวนของจีนในอเมริกาใต้ โดยประเทศโบลิเวียเป็นประเทศล่าสุดของภูมิภาคนี้ ที่ใช้เงินหยวนในการชำระค่าสินค้าทั้งขาเข้าและขาออกจากประเทศ แม้สัดส่วนการใช้เงินหยวนตอนนี้จะนับว่ายังไม่มาก แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่ใช้เพียงเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ เพื่อชำระค่าสินค้า
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังของโบลิเวียระบุว่า การใช้เงินตราจ่ายค่าสินค้าขาเข้า-ออกระหว่างเดือน พ.ค.-ก.ค. ปีนี้ของโบลิเวีย พบว่ามีการใช้เงินหยวนในการชำระค่าสินค้านำเข้าและส่งออก 278 ล้านหยวน (ประมาณ 1,338 ล้านบาท) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 10% ของมูลค่าการค้าระหว่างชาติในช่วงนั้น
ผู้ประกอบการส่งออกกล้วย, สังกะสี และไม้ของโบลิเวีย นิยมใช้เงินหยวนในการซื้อขาย เช่นเดียวกับผู้นำเข้ารถยนต์และสินค้าต้นทุนในการผลิต โดยการซื้อขายด้วยเงินหยวน สามารถใช้วิธีชำระด้วยการโอนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านธนาคารบังโกอูเนียน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งบอกว่า โบลิเวียกำลังเดินตามเส้นทางเดียวกันกับประเทศอื่น ๆ ในทวีปอเมริกาใต้ ในการใช้เงินหยวนแทนที่ หรือควบคู่ไปกับการใช้เงินดอลลาร์ เช่น บราซิล, อาร์เจนตินา
แนวโน้มการใช้เงินหยวนในประเทศกลุ่มลาตินอเมริกาและหมู่เกาแคริบเบียน กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ก็เท่ากับสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงขึ้นระหว่างจีนกับประเทศเหล่านี้
ช่วงต้นปีนี้ รัฐบาลอาร์เจนตินาเผยแผนการที่จะใช้เงินหยวนจ่ายค่าสินค้านำเข้าจากประเทศจีน และเสนอแผนการที่จะชำระหนี้สินของกองทุนเงินระหว่างประเทศด้วยเงินหยวน
ส่วนบราซิลนั้นมีการใช้เงินหยวนในการซื้อขายระหว่างประเทศในสัดส่วนที่มากกว่าเงินยูโรตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ธนาคารกลางของบราซิล ถือเงินลงทุนในสกุลเงินหยวนไว้ในสัดส่วน 5.37% ขณะที่มีเงินสกลุยูโรเพียง 4.74%
โบลิเวียเริ่มใช้เงินหยวน หลังจากที่มีการขาดแคลนเงินดอลลาร์สหรัฐในระดับวิกฤติ เป็นเวลานานหลายเดือน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศมาตั้งแต่เดือน ก.พ. ของปีนี้
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



