สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองบริสเบน เมื่อวันที่ 29 ก.ค. ว่า นายริชาร์ด มาร์เลส รมว.กลาโหมออสเตรเลีย กล่าวหลังเสร็จสิ้นการพบหารือกับ พล.อ.ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหมสหรัฐ และนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ ที่เมืองบริสเบน ว่ารัฐบาลวอชิงตันแสดงความพร้อมให้การสนับสนุนออสเตรเลีย เพื่อพัฒนาและผลิตขีปนาวุธได้เอง ภายในระยะเวลา 2 ปีนับจากนี้
ขณะที่ พล.อ.ออสติน กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือดังกล่าวซึ่งจะเป็นการช่วยให้ออสเตรเลียสามารถผลิตระบบยิงจรวดนำวิถีหลายลำกล้อง จะเป็นการขยายขอบเขตด้านเทคโนโลยีกลาโหมให้แก่สหรัฐเช่นกัน อีกทั้งขีปนาวุธบางส่วนซึ่งผลิตในออสเตรเลีย จะมีการส่งออกกลับไปยังสหรัฐด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลแคนเบอร์รายังเห็นชอบ การเตรียมปรับพื้นที่ของฐานทัพหลายแห่ง ในพื้นที่ทางเหนือของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจอดเทียบท่าของเรือลาดตระเวน และเป็นสนามบินให้กับเครื่องบินสอดแนมของกองทัพสหรัฐ
อนึ่ง สหรัฐ ออสเตรเลีย และสหราชอาณาจักร คือสมาชิกปัจจุบันของพันธมิตรความร่วมมือด้านความมั่นคงระดับไตรภาคี “ออคัส” โดยทั้งสามประเทศมีมติร่วมกัน เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ร่วมกันถ่ายทอดเทคโนโลยี เรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ให้แก่ออสเตรเลีย
ทั้งนี้ บริษัท เจเนอรัล ไดนามิกส์ ของสหรัฐ จะเป็นกำลังหลักในการผลิตเรือดำน้ำสำหรับออสเตรเลีย โดยอาศัยเทคโนโลยีบางส่วนจากสหรัฐ ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลวอชิงตัน “ยอมแบ่งปันเทคนิคบางส่วน” ที่เกี่ยวข้อง ร่วมด้วยการออกแบบจากสหราชอาณาจักร มีรหัสเรือว่า “เอสเอสเอ็น ออคัส” เพื่อเน้นย้ำความร่วมมือจากทั้งสามประเทศ เบื้องต้นมีการประเมินงบประมาณไว้ที่ราว 368,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 8.4 ล้านล้านบาท) และมีกำหนดแล้วเสร็จ ภายในปี 2598.
เครดิตภาพ : AFP



