สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า สำนักงานการขนส่งทางทะเลของรัสเซียออกแถลงการณ์ ว่าเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “ซิก” ซึ่งจดทะเบียนในรัสเซีย ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีจากเรือไร้คนขับ หรือโดรนทะเล “ของยูเครน” ระหว่างกำลังแล่นอยู่ทางตอนใต้ของช่องแคบเคิร์ช เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องมีการปิดการจราจรบนสะพานไครเมีย ซึ่งเชื่อมระหว่างคาบสมุทรไครเมียกับแผ่นดินใหญ่ของรัสเซีย เป็นเวลานานหลายชั่วโมง
⚡️A Russian chemical tanker SIG has been damaged in the #KerchStrait due to an unmanned surface vessel attack on the evening of 4 August, Russian media reported.
— KyivPost (@KyivPost) August 5, 2023
The tanker used to deliver aircraft fuel from Crimea to Syria, which led to the US putting it on the sanctions list… pic.twitter.com/vs1fcQzkVb
ทั้งนี้ เรือซิกได้รับความเสียหายบริเวณเส้นบอกระดับน้ำ หรือเส้นน้ำลึกของเรือ แม้เรือยังคงลอยลำได้อยู่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดการใช้ทุ่นลอยน้ำเพื่อกักน้ำมัน ล้อมรอบตัวเรือแล้ว ระหว่างการสำรวจความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อป้องกันหากมีกรณีคราบน้ำมันรั่วไหลออกจากเรือ เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของรัฐบาลสหรัฐระบุว่า เรือซิกมีชื่ออยู่ในบัญชีดำการคว่ำบาตรของรัฐบาลวอชิงตัน จากการลำเลียงเชื้อเพลิงอากาศยานให้แก่กองทัพรัสเซียในซีเรีย
Ukrainian drone slams Russian tanker vessel near occupied Crimea, carrying 450 kg of TNT. Ukrainian Security Service confirmed its leading role in the operation.
— Rubryka – Solutions from Ukraine (@RubrykaEng) August 5, 2023
The latest news about it is here: https://t.co/BdXLk5AIxi pic.twitter.com/9W25tZWfHX
ด้านยูเครนยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังรัฐบาลเคียฟอ้างการเป็นผู้ใช้โดรนโจมตีเรือรบของรัสเซีย ที่ฐานทัพแห่งหนึ่ง ทางตอนใต้ของรัสเซีย
อนึ่ง คาบสมุทรไครเมียและบริเวณใกล้เคียง รวมถึงฐานทัพของกองเรือทะเลดำ ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเซวาสโตโพล บนคาบสมุทรไครเมีย เป็นเป้าหมายของการโจมตีทางทหารมากขึ้น ตลอดช่วงเวลาไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้น ยูเครนอ้างเป็นผู้โจมตีคลังแสงบนคาบสมุทรไครเมีย และการระเบิดสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่บางส่วนของสะพานเคิร์ช เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



