จากคดีที่มีคนร้ายเข้าไปฆ่าปาดคอ นายมนตรี เชิดฉาย อายุ 55 ปี เจ้าหน้าที่เวรเปลโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เสียชีวิตจมกองเลือดอยู่บริเวณพื้นดิน ภายในโรงเก็บของ บ้านเลขที่ 17 หมู่ 6 ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทั้งของ สภ.โพธาราม กองกำกับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี และชุดสืบสวนภาค 7 ได้ระดมทีมเร่งสืบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ

พล.ต.ต.ปรัชญา ทองน้ำวน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ได้สั่งการให้เร่งรัดคลี่คลายคดี พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.อ.วิธิวัฒน์ ศรีทองจ้อย รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี ลงพื้นที่แกะรอยหาหลักฐาน และตรวจสอบกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งได้เบาะแสว่าคนร้ายคือ นายณรงค์ (หรือเจี้ยบ) ยิ้มแต้ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตาย และเป็นบุคคลเดียวกับที่ผู้ตายเคยบอกกับ น.ส.สายฝน เพื่อนสนิท ว่าจะรีบกลับบ้าน เพราะนัดเพื่อนให้เข้าไปช่วยตัดต้นไม้

หลังทราบตัวผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม พบว่าหลังก่อเหตุ นายเจี้ยบได้ปั่นจักรยานสองล้อมาที่บ้าน และออกไปจากบ้านของผู้ตายจริง จึงเข้าทำการจับกุมตัวได้เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 มี.ค. 69 ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.โพธาราม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 69 พ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธาราม พร้อมชุดสืบสวน ได้นำตัวนายณรงค์ (หรือเจี้ยบ) ยิ้มแต้ มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

โดยผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุ เนื่องจากผู้ตายให้ตนไปช่วยตัดต้นไม้ใหญ่หน้าบ้าน แต่ตนไม่สามารถตัดได้เพราะต้นไม้มีขนาดใหญ่ จึงถูกผู้ตายด่าทอ รวมถึงพาดพิงถึงบุพการี

ขณะเกิดเหตุทั้งสองอยู่ในห้องเดียวกัน และมีการเสพยาเสพติดร่วมกัน เมื่อเห็นผู้ตายเริ่มจะนอน จึงใช้อาวุธมีดปลายแหลมที่พกติดตัว แทงผู้ตายหลายครั้ง ผู้ตายพยายามวิ่งหนีออกมา ก่อนจะล้มลงเสียชีวิตบริเวณจุดที่พบศพ

หลังจากนั้น ผู้ต้องหาได้ขี่จักรยานหลบหนี และนำมีดไปโยนทิ้งในคลองหน้าบ้านผู้ตาย ก่อนกลับบ้าน โดยอ้างว่าก่อเหตุเพียงคนเดียว และเป็นการกระทำโดยอารมณ์ชั่ววูบ อีกทั้งจำไม่ได้ว่าแทงไปกี่ครั้ง

ขณะเจ้าหน้าที่นำตัวไปทำแผน ญาติของผู้ตายได้มาดูการทำแผนด้วย โดย นางวนิดา ภู่หัสดร อายุ 68 ปี แม่ยายของผู้ตาย ได้ตะโกนด่าผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นเพื่อนสนิทและเข้าออกบ้านเป็นประจำ พร้อมระบุว่าดีใจที่จับตัวคนร้ายได้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องก่อเหตุถึงขั้นฆ่ากัน ทั้งที่รู้จักกันดี จึงอยากให้ได้รับโทษสูงสุด

ต่อมา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี ได้ลงงมค้นหาอาวุธมีดของกลางในคลองตามคำให้การของผู้ต้องหา แต่เบื้องต้นยังไม่พบอาวุธดังกล่าว