เรียกว่าเป็นอีกลูกไม้หล่นใต้ต้น สำหรับ อินดี้ – อินทัช เหลียวรักวงศ์ ลูกชายสุดหล่อของเซ็กซี่สตาร์ระดับตำนาน ฮันนี่ ภัสสร และนักแสดงฝีมือดี บี๋ – ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ ที่เจ้าตัวได้ตามรอยคุณพ่อคุณแม่เข้าวงการ ก่อนทำให้ท่านภูมิใจกับการพิสูจน์ตัว จนขึ้นแท่นพระเอก รวมทั้งเพิ่งคว้าใบปริญญาตรี จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพมาหมาด ๆ ซึ่งนอกจากงานในวงการแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เราเห็นจนชินตาก็คือมิตรภาพและความรักของ อินดี้ และ คุณแม่ฮันนี่ รวมถึงคุณพ่อ

เพื่อเป็นการต้อนรับ “วันแม่แห่งชาติ” ที่กำลังมาถึงวันที่ 12 ส.ค. นี้ “บันเทิงเดลินิวส์” จึงไม่พลาดชวนหนุ่ม อินดี้ จับเข่าคุยถึงเรื่องราวความรักและผูกพันที่เขามีต่อคุณแม่ ทั้งสิ่งที่รู้สึกภูมิใจในตัว “แม่ฮันนี่” คำสอนที่เขาจดจำได้ดี ไปจนถึงของขวัญที่เจ้าตัวอยากมอบกับคุณแม่สุดที่รัก นอกจากนี้ยังได้อัปเดทผลงานล่าสุดอย่างละครสุดเข้มข้น “เลือดกากี” ที่กำลังออนแอร์ตอนนี้

Q : อัปเดตผลงานล่าสุด “เลือดกากี” ในบท “เทวัญ” บทนี้น่าสนใจยังไงสำหรับเรา?

อินดี้ : สำหรับบท ‘เทวัญ’ ความยากและน่าสนใจคือ มันตรงข้ามกับสิ่งที่เราเป็นทุกๆ เรื่องตั้งแต่วิธีการพูด น้ำเสียงที่ผมต้องดัดตลอดเวลา จริง ๆ เรื่องของดีเทลการดัดเสียง ผมเลือกที่จะเติมเข้าไปเองและทางผู้กำกับก็โอเค เพราะในตัวคาแรคเตอร์มันควรจะมีน้ำเสียงที่นุ่มนวลเพิ่มไปอีกหน่อยครับ ถ้าใครที่ดูจนไปถึงส่วนของเทวัญแล้ว หลายคนอาจเห็นว่าเสียงผมดูแปลกไป อันนี้ก็คือดัดตลอดเวลาเพื่อเป็นเทวัญ ซึ่งอันนี้เป็นจุดที่น่าสนใจของผม ผมไม่เคยดัดเสียงมาก่อนให้มันไม่ทุ้มจนเกินไป มันเป็นอีกชาเลนจ์ที่ไม่เคยทำ และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องราวและบท ที่เกิดหลายเหตุการณ์มากมายในความเกลียดชัง แย่งชิง แก้แค้น ตัวของเทวัญเองได้รับรู้เรื่องเหตุการณ์ในอดีต แต่กลับเลือกที่จะไม่สนใจว่าใครจะไม่ชอบใคร และวางตัวเป็นกลางเข้าใจในทุก ๆ คนซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เพราะนิสัยส่วนตัวของเราแล้ว ถ้าเราไม่ชอบใครคือจะไม่คุยไม่มองหน้าไม่อยากสร้างมนุษย์สัมพันธ์ด้วยเลย คือไม่ใช่การเล่นเป็นตัวเราเลย สิ่งนี้คือความยากทำให้เราต้องทำการบ้านในทุกด้านของตัวละครค่อนข้างหนักเลยทีเดียวครับ

Q : บท “เทวัญ” มีอะไรที่ Relate กับ “อินดี้” จนเข้าใจความเป็นเขามาก ๆ และมีอะไรที่แตกต่าง จนต้องทำการบ้านเป็นพิเศษมั้ย?

อินดี้ : แตกต่างกันมากๆ เลยครับ เพราะตัวละคร ‘เทวัญ’ จะมีความสุขุมไม่มีอารมณ์โมโหร้าย ซึ่งพื้นฐานนิสัยของคนแล้วมันก็จะมีมุมร้ายและมุมดีแต่ เทวัญคือแทบไม่มีมุมร้ายเลยมันเลยเป็นอีกสิ่งที่ค่อนข้างยาก แต่ถ้าถามว่าตัวของอินดี้ และ เทวัญ มีอะไรเหมือนกันบ้างต้องบอกเลยว่าไม่มี (หัวเราะ)

Q : ได้พัฒนาฝีมือหรือได้เรียนรู้อะไรจากการทำงานครั้งนี้บ้าง?

อินดี้ : ถ้าพูดถึงการได้พัฒนาตัวเอง ผมจะให้ไปในส่วนการได้ร่วมงานกับนักแสดงมากความสามารถหลายๆ คนมากกว่า ถามว่าบท ‘เทวัญ’ ให้ชั่วโมงบินอะไรบ้าง ก็มีหลากหลายด้านเช่นกันครับกับการได้รับบทใหม่ ๆ ที่ดูสุขุมขึ้น ทุ่มเทเรื่องความรักมากๆ ที่ผมไม่เคยได้เล่น แต่ถ้ามากที่สุดและภูมิใจสุดๆ คือการได้ร่วมงานกับทุกคนมากกว่า เพราะเป็นครั้งแรกด้วยที่ได้ร่วมงานกับตัวท็อปเยอะขนาดนี้

Q : การได้ร่วมงานกับเหล่านักแสดงรุ่นใหญ่เป็นยังไงบ้าง กดดันบ้างมั้ย?

อินดี้ : จริงๆตื่นเต้นมากนะ เพราะดี้เองก็ไม่เคยร่วมงานกับใครในนี้มาก่อนยกเว้นพี่เบนซ์ (ปุณยาพร พูลพิพัฒน์) คนเดียว คือยังเป็นความโชคดีที่เราเคยได้ร่วมงานกัน อย่างพี่ เคลลี่ ธนะพัฒน์ พี่เขตต์ ฐานทัพ และพี่เอ๊ะ (อิศริยา สายสนั่น) ที่เพิ่งเคยได้มาร่วมงานกัน ทุกๆ คนก็น่ารักมากอย่างพี่เคลลี่ ก็เป็นเหมือนพ่อที่คอยมอบความสุขสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนในกอง ทำให้ช่วงเวลาที่อยู่ในกองของเรามีความสุขมาก ไม่มีปัญหาอะไรทำให้เราไม่อยากไปกองเลย ส่วนในเรื่องของการรับส่งบทละครกันเป็นไปด้วยความง่าย ซึ่งผมจะได้เล่นและส่งพลังกับ พี่เอิร์ธ ณัฐนันท์ ที่เล่นเป็นพ่อของผมค่อนข้างเยอะ มันจะมีซีนที่ต้องปะทะอารมณ์ โต้เถียง ตะโกนใส่กันเยอะ ส่วนทางฟาก พี่เคลลี่ พี่เขตต์ พี่เอ๊ะ ก็มีบ้าง เราจะได้ร่วมอยู่ในซีนด้วยกันเยอะมาก แต่ไม่ได้เหวี่ยงวีนกันมากนัก เขาไม่ได้พ่นอารมณ์ใส่เรามากแต่เราก็รับรู้ได้ถึงรังสีในการใช้พลังจากฝั่งนี้ค่อนข้างมาก

Q : มาร่วมงานกับ “นาตาลี” ในฐานะพระนาง คิดว่าเคมีเข้ากันแค่ไหน ปรับจูนเยอะมั้ย?

อินดี้ : สำหรับนาตาลี แทบจะเป็นเพื่อนรักของผมเลย ต้องบอกเลยว่าตัวของ ‘เทวัญ’ มีเป้าหมายเดียวเลยคือเรื่องความรักที่พร้อมจะรักผู้หญิงคนนี้มากๆ อยากดูแลอยากแต่งงานกับเขา ซึ่งพอเป็นเป้าหมายเดียวของเราเลย คือเราได้มีโอกาสได้โต้ตอบกับนาตาลีพอสมควร และรับรู้ได้เลยว่านาตาลีทำได้ดีมากๆ ในมุมมองของเรา แม้ว่านอกจอเราจะมีช่วงว่างที่เราได้แซวเล่นพูดคุยกัน แต่พอเริ่มถ่ายทำแล้วนาตาลีก็สามารถรับบท ‘แน่งน้อย’ ได้อย่างดีเลย น้องค่อนข้างเก่งในการรับส่งและพลิกบทบาทได้ทันที จนบางทีเรายังแอบตกใจ เพราะก่อนเข้าฉากยังเล่นยังติดตลกอยู่ๆ พอถ่ายต้องมีการร้องไห้จริงจังสาดอารมณ์ปะทะกันน้องก็ทำได้แบบไม่มีหลุดขำเลยสักนิด เหมือนเราเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีต่อกันมากครับ

Q : สำหรับ “ซาร่า” เป็นยังไงบ้าง เวลาเข้าฉากด้วยกัน เพราะถือว่าน้องก็เป็นเด็กใหม่อีกคนเหมือนกันในเรื่องการแสดง?

อินดี้ : บอกเลยว่าสำหรับบทของซาร่า มีความยากกว่าผมและนาตาลีมากๆ บทของเราทั้งคู่เหมือนเป็นเด็กที่เติบโตมาจากผ้าขาว ใสซื่อ ไม่มีมุมของความร้ายหรือแย่งชิงมากเท่าไร ตัดไปที่บทของซาร่า ถือว่ายากมากนะมันไม่ใช่ใครที่จะเล่นบทนี้ได้ แต่เราก็เชื่อและเห็นว่าน้องสามารถทำได้ดีเลย กับการรับบทเป็น ‘ขวัญศรี’ ทั้งอยากได้รับความรักการที่ต้องแย่งชิงความรักจากตัวเทวัญ ซึ่งเราก็จะรักและหวังดีในฐานะพี่น้องเท่านั้น จึงเกิดเป็นการแย่งชิงกับแน่งน้อย และในซีนขายหลายๆ ซีนของ ซาร่า น้องก็สามารถทำออกมาได้ดีมากถ้าให้พูดตรงๆคือถือว่าน้องก็ยังใหม่เรื่องของประสบการณ์อยู่ๆต้องมารับบทหินๆ ซึ่งถ้าเป็นตัวเราเองที่มีประสบการณ์มากกว่าน้องยังรู้สึกเลยว่าบทขวัญศรี ถ้าเป็นเราเล่นเองยังจึกเลยนะ เพราะมันยากมาก บางซีนที่เราเห็นยังรู้สึกเลยว่าน้องเล่นได้ยังไง เห็นได้ชัดเลยว่าเด็กคนนี้มีของ

Q : ในมุม “อินดี้” ตีความคำว่า “เลือดกากี” ยังไง?

อินดี้ : ตัวของผมก็ไม่ได้เข้าใจความหมายของคำว่ากากีมากเท่าไร ในมุมของเรามองคำว่ากากีที่แปลว่าสิ่งไม่ดี จะใช้คำว่าเลวร้ายเลยก็ได้ อาจเป็นหนึ่งคำนิยามไว้ใช้เรียกบางคนที่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี

Q : อยากให้คนจดจำบทบาทครั้งนี้ยังไง?

อินดี้ : บทบาทนี้ถือได้ว่าเป็นบทที่เบาที่สุดสำหรับดี้ แต่เป็นการเบาในฉบับที่ยากที่สุด ใครที่ได้ดูละคร เลือดกากี และได้เห็นบทของ ‘เทวัญ’ หลายคนอาจมองว่าไม่มีอะไรดูธรรมดา แต่อยากจะบอกไว้เลยว่าการเล่นเบาๆ แบบนี้มันคือความยาก และการเปลี่ยนตัวเอง ในทุกกิริยาบท การต้องดัดเสียงนี่คือสิ่งที่ยากมาก บอกเลยว่าตั้งแต่เล่นละครมาจนถึงอายุขนาดนี้ไม่เคยดัดเสียงมาก่อน พอเราจะต้องทำในช่วงวัยนี้เราไม่ได้ทำมาตั้งแต่แรก มันกลายเป็นอีกชาเลนจ์ ซึ่งมันก็ยากอยู่เหมือนกันนะ อยากให้ทุกคนสังเกตดูนะครับ

Q : อัปเดตผลงานอื่น ๆ หน่อย มีอะไรอีกบ้าง?

อินดี้ : ตอนนี้ส่วนใหญ่มีละครอยู่ประมาณ2-3 เรื่องครับ และกำลังอยากจะเปิดร้านเสื้อผ้าอยู่เหมือนกันนะ กำลังหาคนช่วยอยู่เราเป็นคนชอบแต่งตัวแนวสตรีทอยู่แล้ว เลยอยากจะลองทำเป็นของตัวเองดู แต่เหตุผลที่อยากได้คนช่วยเพราะทำงานตรงนี้คนเดียวก็ไม่ไหวเพราะมีงานหลายอย่างที่เรายังต้องโฟกัส รวมทั้งงานในวงการบันเทิงด้วย

Q : ณ วันนี้ อินดี้ คิดว่าตัวเองเติบโตจากวันแรกที่เข้าวงการมาน้อยแค่ไหน?

อินดี้ : เติบโตเยอะมาก ในวงการสอนอะไรให้เยอะมาก ทำให้เรามีประสบการณ์มากขึ้นทุกวัน ทั้งการได้ไปออกกองเจอผู้คนมากมาย การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆทุกครั้งที่ได้รับบทบาทที่ไม่เคยเล่นมาก่อน สอนเราได้ทุกด้านจริงๆ เจ็บมาก็เยอะ แฮปปี้มาก็เยอะในบทเรียนใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นและเปลี่ยนไปอยู่ตลอด ซึ่งอะไรที่มันผิดหวัง เราก็ไม่ได้จมอยู่กับความเสียใจตลอด อะไรที่เป็นการประสบความสำเร็จในชีวิตมันก็ดีใจเหมือนได้เป็นโบนัสของชีวิต

Q : อีกหนึ่งลมใต้ปีกของอินดี้ คือ “คุณแม่ฮันนี่” คุณแม่ซัพพอร์ตเรายังไงบ้าง?

อินดี้ : คุณแม่นี่จะคอยซัพพอร์ตในเรื่องการโปรโมทละคร (หัวเราะ) สังเกตได้จากในไอจีของคุณแม่เขาก็จะช่วยโปรโมทละครเยอะมากๆ อย่างผมเองจะไม่ค่อยได้เล่นไอจี บางทีก็อยากให้ไอจีแม่ไปช่วยโพสต์แทนผมเลยนะครับ ถ้าในเรื่องของการซัพพอร์ตจริงๆ แม่ก็คอยบอกเราเสมอตั้งแต่เข้าวงการแล้ว ว่าแม่เขาอาจจะช่วยอะไรเรามากไม่ได้ เพราะการถ่ายทำละครสมัยนี้ กับเมื่อก่อนมันไม่เหมือนกัน รวมถึงการแอคติ้งด้วย แม่ก็จะคอยบอกให้เราเรียนรู้เองมากกว่า แต่เมื่อไรที่เรามีปัญหาเขาก็พร้อมที่จะช่วยเหลือเราตลอดเวลา

Q : เข้ามาวงการใหม่ ๆ ในฐานะที่เป็นคนลูกคนดัง เคยถูกมองว่าเป็นเด็กเส้นบ้างมั้ย แล้วเรามีวิธีพิสูจน์ตัวยังไง?

อินดี้ : จริงๆ เราไม่สามารถไปคอยประกาศบอกคนอื่นได้อยู่แล้วว่าเราไม่ใช่เด็กเส้นนะ เราแคสเข้ามาได้ด้วยตัวเองนะ แต่ความโชคดีของเราเองคือการได้รับเล่นแต่บทยากๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันโชคดียังไง สำหรับตัวเราแล้วกลับมองว่า จุดยืนของเราจะต้องใช้ละครพวกนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่เด็กเส้นนะ ซึ่งถ้าใครได้ดูละครที่ผ่านๆมาของดี้จะรับรู้ได้เลยว่ามีแต่คาแรคเตอร์ยากๆ ทั้งนั้น เรียกได้ว่าผ่านมาแทบทุกแนวแล้วเลยทีเดียว แต่ถ้าใครยังมองว่าเราเป็นเด็กเส้นก็ไม่ได้ว่าอะไรนะครับอยากให้ทุกคนเสพที่ผลงานของเรามากกว่า

Q :คุณแม่ฮันนี่” ประสบความสำเร็จในวงการ รวมทั้ง “คุณพ่อบี๋ – ธีรพงศ์” ด้วย ตรงนี้ทำให้เรากดดันในการทำงานในวงการบ้างมั้ย ทั้งในแง่การวางตัว หรือความคาดหวังจากทุกคน?

อินดี้ : ไม่กดดันเลยนะครับ เพราะพาร์ทการทำงานของอินดี้ และพาร์ทการทำงานของพ่อแม่มันค่อนข้างที่จะแตกต่างกัน ซึ่งต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่มาโดยตลอด พอมาถึงปัจจุบันแล้วทางผู้ใหญ่หลายๆ คน หรือแม้แต่ พี่เอ๊ะ เขาก็ไม่ได้มานั่งสนใจว่าเป็นลูกใครที่มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง เขาเลือกที่จะให้เราแสดงบทนี้เพราะเราดูเหมาะสมมากกว่า เชื่อว่าผู้จัดทุกคนคงไม่อยากจะเสี่ยงเอาคนที่เขาไม่มั่นใจมาเล่นในละครของเขาครับ

Q : สิ่งที่ทำให้ “อินดี้” ภูมิใจที่สุดในตัวคุณแม่ คืออะไร?

อินดี้ : จริงๆ การที่เราได้เกิดมาเป็นลูกแม่ก็เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจนะครับ ผมเป็นคนไม่เคยเรียกร้องหรือขออะไรจากแม่เลย ตั้งแต่เราเรียนจบ เราไม่ได้อยากได้รถหรู นาฬิกาแพง เราบอกทุกคนตลอดว่าการที่เราตั้งใจเรียนจบมันเป็นการที่เราทำเพื่อเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ถ้าทำเพื่อตัวเองป่านนี้คงยังเรียนไม่จบ เพราะเราไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนมานานแล้ว เพราะการที่เราได้เห็นเขายิ้มและภูมิใจในตัวเรา ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมที่ผมอยากได้แล้วครับ

Q : ในทางกลับกัน คิดว่าอะไรที่สิ่งที่ “อินดี้” ทำให้คุณแม่ภูมิใจที่สุดบ้าง?

อินดี้ : การเป็นอินดี้ ในทุกวันนี้ คือเราคิดเสมอว่าทำยังไงก็ได้ให้เราไม่ถูกครหา และลามมาว่าถึงพ่อแม่ของเราได้ เราพยายามที่จะน่ารักกับทุก ๆ คน ตั้งแต่สวัสดิการของกอง จนถึงนักแสดง หรือผู้กำกับที่ให้โอกาสเรา เมื่อเราปฏิบัติแบบนั้นกับทุกคน เชื่อว่าผลตอบรับที่มันเด้งกลับมาที่แม่เรา และแม่เราแฮปปี้ เป็นสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจที่สุดแล้ว

Q : มีคำสอนอะไรจากคุณแม่ ที่อินดี้ จดจำเป็นพิเศษบ้าง?

อินดี้ : แม่มักจะพูดกับเรากับเดียวเสมอเลยว่า อดทน คือพื้นฐานตัวเราเองเวลาที่เจออะไรที่เห็นแล้วไม่ชอบ เราจะต่อต้านและไม่เอาทันที แต่แม่ก็จะคอยบอกเราเสมอว่าถ้าเจอกับสถานการณ์แบบนี้ให้เราอดทนเพื่ออนาคตของเรา และเพราะแม่ที่คอยเตือนสติเรา เมื่อเราผ่านจุดเหนื่อย หรือปัญหาต่างๆ มาได้ทำให้รู้เลยว่ามันคุ้มนะที่เราอดทนมา

Q : เข้ามาในวงการ ย่อมไม่พ้นเรื่องดราม่าต่าง ๆ “อินดี้” เองก็ผ่านดราม่ามาไม่น้อย ซึ่งคุณแม่ของเราก็ปกป้องเสมอ?

อินดี้ : ก่อนอื่นคือเราจะบอกแม่ก่อนเลยว่าเวลาเราได้ฟังข่าวลบๆ หรือเจออะไรที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากเรา เราจะไม่อยากให้แม่เราคิดมาก และเราพร้อมที่จะจัดการปัญหาและข่าวเหล่านั้นด้วยตัวเอง จริงๆ เราโดนด่ามาเยอะพอสมควรเลยนะกับเรื่องดรามาต่างๆ มันจะคอยสร้างเกาะคุ้มกันให้เราแข็งแรงในการผ่านความรู้สึกในเรื่องแย่ๆ ไปได้ แต่สิ่งที่เราไม่โอเคที่สุดคือการพูดอะไรก็ตามที่เสียหายไปถึงพ่อแม่เรา เรามองว่าแม่เราอาจจะไม่ได้ปกป้องเราได้ขนาดนั้น แต่เขาจะช่วยฮีลใจเราได้มากกว่าครับ

Q : ตั้งแต่เกิดมาจนถึงวันนี้มีโมเมนต์ประทับระหว่างแม่ลูกที่สุด เล่าให้ฟังบ้างมั้ย?

อินดี้ : ตั้งแต่เราเริ่มทำงานได้เขาก็ไม่เคยขออะไรจากเราเหมือนกันนะ แต่สิ่งเดียวที่เขาขอจากเราคือการตั้งใจเรียนให้จบ คือแม่เป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียสเรื่องการเรียนของเรามากๆ ซึ่งโมเมนต์ที่เราประทับใจที่สุดก็คือตอนที่แม่เห็นเราประสบความสำเร็จในการเรียนมากกว่า ซึ่งมันมากกว่าเขาเห็นผลงานการแสดงของเราอีกนะ

Q : อย่างเราเป็นลูกชาย สนิทกับคุณแม่แค่ไหน พูดคุยได้ทุกเรื่องมั้ย?

อินดี้ : คุยได้ทุกเรื่องเลยนะ ตั้งแต่เรื่องความรัก และเรื่องที่เราเสียใจต่างๆ จะมีเพียงแค่บางเรื่องที่มันยังไม่แน่ชัด เราก็จะไม่ได้บอกเขามากกว่าครับ

Q :อินดี้” เคยทะเลาะหรือไม่เข้าใจกับคุณแม่บ้างมั้ย เวลาแม่ลูกไม่เข้าใจกัน หาทางออกยังไง?

อินดี้ : ทะเลาะกันพอสมควรเลยครับทั้งเรื่องงานหรือความไม่เข้าใจกัน เรามักจะหาทางออกด้วยการปล่อยมากกว่าสำหรับกรณีที่ไม่ได้เป็นปัญหาหนักมาก แต่ถ้าเป็นเรื่องใหญ่มากจริงๆ เราก็จะเป็นฝ่ายขอโทษเขาครับ

Q : เด็กผู้ชาย อย่าง “อินดี้” มีคุณแม่เป็นไอดอลด้านไหนเป็นพิเศษบ้างมั้ย?

อินดี้ : ถ้าที่ 1 เลยต้องยกให้เป็นเรื่องของความอดทนเลยครับ

Q : เรื่องความรักของ “อินดี้” ณ วันนี้ หัวใจโสดมั้ย?

อินดี้ : ตอนนี้โสดเลยครับ โฟกัสที่งานไม่มีคุยกับใครเลยครับ

Q : เรื่องความรัก คุณแม่มีส่วนให้คำปรึกษา หรือสอนเรื่องความรักเรายังไง?

อินดี้ : ไม่ค่อยปรึกษาเลยครับเพราะผมจะต้องมั่นใจและชัวร์จริงๆ ถึงจะพาไปเจอแม่ครับ ส่วนเรื่องคำสอนต่างๆ มักจะให้ผมได้ลองตัดสินใจเอง แม่ไม่ก้าวก่ายเรื่องความรักของเราครับ

Q : คุณแม่มีถามเรื่องแต่งงานหรือยัง?

อินดี้ : เขาไม่ถามเลยนะครับ แต่เราเองมากกว่าที่มองว่ามันถึงเวลาที่มันควรจะต้องเจอคนที่ใช่เขามาบ้างแล้ว อยากเจอคนที่โอเคกับเราที่พร้อมสร้างอนาคตไปกับเราครับ

Q : สำหรับวันแม่ บ้าน “อินดี้” ให้ความสำคัญแค่ไหน?

อินดี้ : จะหาโอกาสไปทานข้าวด้วยกัน ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่าครับ

Q : มีเป้าหมายหรืออยากประสบความสำเร็จอะไร เป็นของขวัญให้คุณแม่อีกบ้าง?

อินดี้ : เราตั้งใจไว้ว่าอยากจะทำงานปัจจุบันนี้ให้ประสบความสำเร็จมากกว่านี้ก่อน มันยังมีอีกหลายอย่างที่เราอยากจะทำ หรือมันอาจจะไม่ดีพอที่ผ่านมา และเราตั้งใจไว้ว่าเราจะทำให้ดีมากกว่านี้ขึ้นไปเรื่อย ๆ แน่นอน

Q : นิยาม “ความรักของแม่” ในแบบ “อินดี้” ให้ฟังหน่อย?

อินดี้ : แม่เป็นคนที่เปิดใจให้เราทำทุกอย่างที่อยากจะทำ ให้อิสระกับตัวเรา การที่แม่ปฏิบัติแบบนี้กับเรานี่แหละมันคือความรักที่แม่ตั้งใจจะมอบให้เรา

Q : อยากให้ “อินดี้” ฝากถึงแฟน ๆ เนื่องใน “วันแม่แห่งชาติ” ที่จะถึงนี้หน่อย?

อินดี้ : อยากให้วันแม่ปีนี้ใครที่จะต้องเดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัวก็ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ ขอให้ทุกคนได้เฉลิมฉลอง เนื่องในวันแม่ได้อย่างอบอุ่น มีความสุขและเป็นวันครอบครัวที่พิเศษนะครับ และวันแม่ปีนี้ให้คุณแม่ของทุกๆคนสุขภาพร่างกายแข็งแรง ๆ ครับ

Q : ท้ายสุดฝากผลงานอีกสักครั้ง?

อินดี้ : สำหรับตอนนี้ก็มีละครเลือดกากี ทางช่อง 8 ติดตามได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. และ 22.15 น. ทางช่อง 8 กดหมายเลข 27 และดูย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชัน True ID นะครับ

เชื่อว่าแฟน ๆ สามารถสัมผัสถึงความรักและผูกพัน รวมทั้งความภูมิใจที่ “อินดี้” มีต่อคุณแม่ “ฮันนี่” ได้ผ่านตัวอักษรเหล่านี้ และเชื่อว่าความตั้งใจของเขา จะทำให้คุณแม่ภูมิใจในตัวเขามากยิ่งขึ้นเช่นกัน! นอกจากนี้เรื่องราวแม่ลูกคู่นี้อาจสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้หลายคน “สุขสันต์วันแม่” ขอให้ทุกคนใช้เวลาอย่างมีความสุขกับคุณแม่

ภาพ : ไอจี indianaindy , honeygoldie