สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ว่า ความตึงเครียดทางการเมืองเกี่ยวกับการอพยพ เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดที่ต่อต้านผู้อพยพ ช่วยผลักดันประเด็นนี้ขึ้นมาอยู่ในลำดับต้น ๆ ของวาระทางการเมือง ซึ่งมีความคืบหน้าในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐ เยอรมนี และสหราชอาณาจักร
งานศึกษาชิ้นใหม่ ซึ่งพิจารณาข้อมูลในประเทศร่ำรวยหลายสิบประเทศ ในกลุ่มสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ระบุว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจและผลิตภาพ มีแนวโน้มขึ้นอย่างมากจากการไหลเข้าของผู้อพยพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีทักษะสูง แม้มีคำกล่าวอ้างทางการเมืองในทางตรงกันข้ามก็ตาม
Wealthy nations with the highest rate of immigration over the past 35 years reaped a large economic benefit and many could still absorb more workers, according to research to be presented at a top European Central Bank conference next week. https://t.co/ErP18aWaEW
— Reuters Legal (@ReutersLegal) June 25, 2026
“ผลิตภาพแรงงานของประเทศที่รับผู้อพยพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในและหลังช่วงเวลาที่มีอัตราการอพยพเข้าเมืองสูงขึ้น” งานศึกษาที่เขียนโดยศาสตราจารย์โจวานนี เปรี จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส ระบุ
ทั้งนี้ จำนวนผู้อพยพทั้งหมดที่เข้ามาในประเทศสมาชิกโออีซีดี จากประเทศนอกกลุ่ม เพิ่มขึ้นจากประมาณ 25 ล้านคนในปี 2533 เป็นประมาณ 100 ล้านคนในปี 2567 ขณะที่การเติบโตของประชากรพื้นเมืองกลับ “ติดลบ” ในหลายประเทศ
เปรีและผู้ร่วมเขียนงานศึกษาพบว่า การเพิ่มขึ้นของผู้อพยพที่เท่ากับ 1% ของประชากรในประเทศหนึ่ง สัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ต่อแรงงาน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดผลิตภาพ อยู่ที่ 1.2% ภายใน 5 ปี และ 1.9% ในช่วง 10 ปี.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



