สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่ากระทรวงสวัสดิการสังคม การบรรเทาทุกข์ และการตั้งถิ่นฐานใหม่ของเมียนมา รายงานผลกระทบ จากสภาพอากาศแปรปรวนที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอิทธิพลของร่องมรสุมกำลังแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในภูมิภาคหลายแห่งของประเทศ ว่าต้องมีการอพยพประชาชนแล้วมากกว่า 60,000 คน


อย่างไรก็ตาม ราว 1 ใน 3 ของผู้ที่ต้องอพยพได้รับอนุญาตให้กลับไปยังที่อยู่อาศัย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตตามการยืนยันของทางการ ยังอยู่ที่อย่างน้อย 5 ราย


สำหรับพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ รวมถึง รัฐยะไข่ รัฐมอญ รัฐกะเหรี่ยง ภูมิภาคมะเกว และภูมิภาคพะโค
นอกจากนี้ มีรายงานเหตุดินถล่มเป็นระยะทางราว 61 เมตร กีดขวางเส้นทางสัญจรบนภูเขา ใกล้กับเมืองเมียวดี ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองการค้าชายแดนที่สำคัญ ทางตะวันออกของเมียนมา โดยมีพรมแดนติดกับอำเภอแม่สอด ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนของไทย เบื้องต้นมีการคาดการณ์ว่า อาจต้องใช้เวลานานถึง 1 เดือน ในการเก็บกวาดดินทั้งหมด


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา เมียนมาเผชิญกับอิทธิพลของไซโคลน “โมคา” ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมาเปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิต “อย่างเป็นทางการ” ไว้ที่อย่างน้อย 148 ราย แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า จำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่านั้นมากในความเป็นจริง

ขณะที่สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมา ยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอก แต่ไม่ชัดเจนว่า ประสบความสำเร็จมากเพียงใด.

เครดิตภาพ : AFP