เมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น กทม. ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บรรยายพิเศษหัวข้อ “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านการศึกษาในภูมิภาค” ในโครงการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนการบริหารการศึกษาของประเทศไทยในระดับภูมิภาคของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ตอนหนึ่งว่า การบริหารจัดการศึกษาในภูมิภาคคของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีหน่วยงานหลักอย่างศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ในการขับเคลื่อนงานการศึกษาทั้งบูรณาการประสานงานร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในจังหวัด ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะประชาชนในพื้นที่จะฝากผีฝากไข้ไว้กับ ศธภ. และ ศธจ. ดังนั้นหากกลไกเหล่านี้บกพร่อง จะกระทบกับการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบได้ ซึ่งฝากปลัด ศธ. จะต้องคัดเลือกบุคคลให้เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวมีความรู้ความสามารถและมีคุณภาพด้วย
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการปฏิรูปการศึกษาทุกวันนี้ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรมาจากการเจอความไม่เคยชินของคนยุคเก่าที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง และความขัดแย้งระหว่างคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ รวมถึงการปฏิรูปการศึกษาจะต้องมีการลงทุนด้วยงบประมาณและใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลสำเร็จแต่หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะรอไม่ได้ ซึ่งตนมองว่าการปฏิรูปการศึกษาจะต้องมีการบังคับเกิดขึ้นด้วยการออกกฎหมายต่างๆให้ทุกคนปฏิบัติตาม เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันจะมีกฎหมายลูกของการปฏิรูปการศึกษาออกมาหลายฉบับ และหากไม่มีการประกาศยุบสภาไปก่อน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2566 จะมีผลบังคับใช้ออกมาอย่างแน่นอน ซึ่งความจริงร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯยังไม่ตกไป เพราะรัฐธรรมนูฐกำหนดไว้ว่าหากมีการยุบสภาและให้เลือกตั้งใหม่ กฎหมายใดที่ค้างอยู่ในสภารัฐบาลใหม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ภายในระยะเวลา 60 วัน แต่ขณะนี้เลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วการเลือกนายกรัฐมนตรีก็ยังดำเนินการไม่สำเร็จ ส่วนโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่จะเกิดขึ้นได้ในวันไหน รวมถึงจะแถลงนโยบายต่อที่ประชุมสภา ดังนั้นขั้นตอนต่างๆของการได้รัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ส.ค. หรือไม่ ซึ่งกฎหมายต่างๆ ที่ค้างอยู่ในสภารวมถึงกฎหมายการศึกษาก็อาจไม่ทันภายใน 60 วัน และจำเป็นต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งการร่าง พ.ร.บ.การศึกษาชาติฯ ฉบับใหม่ทั้งหมด เนื่องจากยังไม่ได้รัฐบาล หรือเมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอาจเป็นคนเดิมก็ได้
“ผมต้องการบอกว่าการปฏิรูปการศึกษา ใช้เวลาต่อสู้กับความคิดของคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ และเราจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายของการปฏิรูปการศึกษาด้วย ไม่ใช่จะยึดติดกับการจัดการศึกษารูปแบบเดิมๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะค้นหาเส้นทางปฏิรูปการศึกษาสายใหม่และต้องคิดเร็วทำให้เร็ว เนื่องจากโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราอย่าบริหารจัดการศึกษาแบบคนตกยุค โดยเฉพาะการปฏิรูปการเรียนการสอนและการวัดผลประเมินผล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา” ดร.วิษณุ กล่าว



