นายวรภัทร งามเจตวรกุล ผู้จัดการทั่วไปธุรกิจ  Business Analytics & Development บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด ผู้ให้บริการโซลูชันที่ปรึกษาด้านข้อมูลและวิเคราะห์บิ๊กดาต้า ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ เปิดเผยว่า บริษัทได้รุกตลาด บิ๊กดาต้า โดยการนำข้อมูลขนาดใหญ่มาวิเคราะห์และให้คำปรึกษากับธุรกิจต่างๆ หลังจากที่ปัจจุบัน ธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลและมีความต้องการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล (ดาต้า ไดร์ฟเว่น) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ เพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และลดความเสี่ยงให้องค์กร โดยตั้งเป้ารายได้เติบโตก้าวกระโดด 30% ขยายจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 10% จากที่ตลาดบิ๊กดาต้ามีอัตราการเติบโต 12-15% ต่อปี โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้ ตลาดจะมีมูลค่าประมาณกว่า 14,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่าตลาดบิ๊กดาต้าในไทย ยังมีโอกาสทางการตลาดอยู่อีกมาก เมื่อเทียบกับตลาดในเอเชีย และตลาดโลก

วรภัทร งามเจตวรกุล

โดยในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ได้วางแผนที่จะขยายการให้บริการในธุรกิจที่หลากหลายมากขึ้น โดยมุ่งไปที่ 5 ธุรกิจหลักที่มีความต้องการใช้บิ๊กดาต้าในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมาก ได้แก่ 1.ธุรกิจค้าปลีก หลังจากช่วงโควิด-19 ธุรกิจรีเทลแบบออฟไลน์เริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น การใช้บิ๊กดาต้าจะเข้าไปช่วยกำหนดโมเดลทางการตลาด เพื่อทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง ตอบอินไซต์ผู้บริโภคได้มากขึ้น 2. ธุรกิจสื่อ กลับมาฟื้นตัวได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการใช้สื่อแบบ ออนไลน์ ทู เอาท์ออฟโฮม ทู ออนเชลฟ์” (Online to Out-of-Home to On-Shelf) ที่เกิดจากการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าและวัดผลการใช้สื่อได้อย่างครบลูป

3.ธุรกิจการเงิน มีการนำบิ๊กดาต้ามาใช้มากที่สุดผ่าน ฟินเทค อาทิ การวิเคราะห์เครดิจ สกอร์ริ่ง และการประมวลผล เพื่อการดำเนินงานที่ดีที่สุด พร้อมทั้งการลดความเสี่ยงของธนาคารและสถาบันการเงิน เพื่อธุรกิจรายย่อยจนถึงรายใหญ่ 4. ธุรกิจประกัน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างโดดเด่น มีการนำบิ๊กดาต้ามาใช้เพื่อนำเสนอบริการ และเบี้ยประกันที่หลากหลาย ตรงตามพฤติกรรมลูกค้ากรมธรรม์ที่เปลี่ยนไปได้อย่างดี และ 5.ธุรกิจยานยนต์ ที่คำนึงถึงการมอบประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนขาย ระหว่างการขาย และหลังการขายด้วยการใช้บิ๊กดาต้า