พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เปิดเผยว่า  ปัญหาภัยไซเบอร์ที่ผ่านมา สถิติสูงสุดพบว่า เว็บไซต์ภาครัฐมีปัญหามากที่สุด เนื่องจากภาครัฐมีเว็บไซต์ให้บริการ แต่ไม่มีผู้ดูแลเว็บไซต์ที่เข้าใจการบริหารจัดการ ทำให้เว็บไซต์รัฐจำนวนมากถูกเว็บพนันออนไลน์โจมตี ฝังโฆษณา บนเว็บไซต์ โดยเฉพาะภาคสถาบันการศึกษาที่น่าเป็นห่วง และต้องยอมรับว่าในจำนวนข้าราชการพลเรือนของ ประเทศไทยกว่า 4 แสนคน มีบุคลากรด้านไอทีเพียง 0.5% ในขณะที่ความสามารถในการรับมือและเข้าใจภัยออนไลน์ ของประชาชนอยู่ที่ 50% เท่านั้น สวนทางกับพฤติกรรมการใช้ดิจิทัลของคนไทย 9 ชั่วโมงต่อวัน และใช้โมบายล์ แบงก์กิ้ง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ดังนั้นหลักสูตรเรียนคอมพิวเตอร์ของคนไทยที่เริ่มเรียนกันในระดับประถมศึกษา ต้องมีหลักสูตรเรื่องความเข้าใจภัยไซเบอร์ด้วย

“ในปัจจุบันไม่มีเครื่องมือใดจะป้องกันภัยไซเบอร์ได้ 100%  ทำให้หน่วยงานรัฐ ต้องมีความพร้อมในการรับมือกับ ป้องกัน และสามารถรับเหตุขึ้นที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งขณะเดียวกันประชาชนเอง ก็ต้องระมัดระวังและมีความรู้ ไม่หลงเชื่อมิจฉาชีพที่เข้ามาหลอกลวงออนไลน์ในรูปแบบต่างๆด้วย อย่างไรก็ตาม 2 ปีที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องภัยไซเบอร์มากขึ้น เห็นได้จากการจัดกิจกรรม ฝึกทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์ที่ สกมช.ปีนี้มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมกิจกรรม 163 หน่วยงาน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 หน่วยงาน มีผู้ร่วมเข้าฝึก 573 คน โดยได้มีการจำลองเหตุการณ์ที่เกดขึ้นจริงในไทยมาฝึก เช่น ระบบไฟฟ้าล่ม การถูกแฮกข้อมูล ฯลฯ เพื่อรับมือและแก้ปัญหาให้ได้”

พลอากาศตรี อมร กล่าวต่อว่า  ปัญหาเว็บไซต์ถูกฝังเว็บพนัน ไม่ได้สร้างผลกระทบในวงกว้าง มากเท่ากับปัญหา ข้อมูลรั่วไหล จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จับตากลุ่มแฮกเกอร์ ล็อกบิท ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่า  สามารถแฮกข้อมูลในประเทศไทยแล้ว 24 เหตุการณ์ มูลค่าการเรียกค่าไถ่อยู่ที่ 800 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าวมีการ เสนอให้ส่วนแบ่งกับผู้ดูแลระบบ เมื่อมีการ ขายรหัสผ่านให้กับกลุ่มดังกล่าว ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและเป็นช่องทางให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์นำข้อมูล มาหลอกลวงประชาชน แต่ยังจับไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน

“ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุครัฐบาลดิจิทัล แต่การเข้าถึงข้อมูลของผู้ดูแลระบบนั้นตั้งรหัสผ่านแบบง่ายๆ สกมช.จะเร่ง ให้ความรู้กับหน่วยงานต่างๆ ใช้เทคโนโลยีแปลรหัสข้อมูลและระบบซีโร่ ทรัสต์  โดยเริ่มจากหน่วยงาน โครงสร้าง พื้นฐานสำคัญที่มีงบประมาณก่อน คือ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และ สำนักงานคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก่อนขยายสู่หน่วยงานอื่นต่อไป” พลอากาศตรี อมร กล่าว