เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ว่าที่ร้อยตรี ดร.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2566 ของกลุ่มสถานศึกษาภาควันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมี คณะผู้บริหาร หัวหน้างานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวหน้างานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และหัวหน้าแผนกวิชา ระหว่างวันที่ 17-18 สิงหาคม 2566 ณ ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี ร่วมกับ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุดรธานี ได้จัดโครงการประชุมชี้แจงที่เกี่ยวกับการดำเนินการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อการขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีคุณภาพสูง โดยการขับเคลื่อนระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ ตลอดจนภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจและ บันทึกข้อตกลง (MOA) สถานศึกษา ในการเพิ่มปริมาณผู้เรียนอาชีวศึกษาระบบ ทวิภาคี ให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้น ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคนภาคเศรษฐกิจของประเทศ และเตรียมความพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาคือการผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ มีทักษะฝีมือ มีสมรรถนะในการทำงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง ของประเทศ โดยใช้ยุทธศาสตร์การพัฒนาคนผ่านระบบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี เพื่อให้การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีขยายผลและครอบคลุมทุกมิติ

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ กล่าวว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบนโยบายให้ สอศ. จัดการศึกษาระบบอาชีวศึกษาทวิภาคีโดยต้องเพิ่มปริมาณผู้เรียนทวิภาคีให้ได้ 50% โดยปัจจุบันสามารถจัดการศึกษาทวิภาคีประมาณ 20% ซึ่งตนมั่นใจว่า สอศ. สามารถขับเคลื่อนเชิงรุกเพื่อให้ได้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน โดยในวันนี้อาชีวะเราเปิดรับเอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษา คือ การจัดให้มีโรงงานในโรงเรียน และให้มีโรงเรียนในโรงงาน ซึ่งขณะนี้มีหลายวิทยาลัยฯ ที่เปิดให้ภาคเอกชนเอาเครื่องจักร เครื่องมือมาตั้ง พร้อมเชิญวิทยากรมาสอนในวิทยาลัย ฯ แล้ว นอกจากนี้ สอศ. ก็พร้อมยกระดับการขับเคลื่อนจัดการศึกษาระบบทวิภาคีเป็นเรื่องสำคัญ จัดให้มีการจัดตั้งศูนย์การขับเคลื่อนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี มีการเชิญสถานประกอบการเข้าร่วม สนอง 11 นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) เพื่อให้สามารถผลิตคนตามวิสัยทัศน์ใหม่ของ สอศ. คือ ผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาสมรรถนะสูงเพื่อการพัฒนาประเทศ”

​​การจัดประชุมครั้งนี้ นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่ภาคีเครือข่ายได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ของการจัดการศึกษาทวิภาคี อีกทั้งยังเป็นการสร้างสัมพันธภาพ และเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของสถานประกอบการ สถานศึกษาต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จด้านการจัดการอาชีวศึกษาทวิภาคี ร่วมกันพัฒนาคุณภาพการศึกษาทวิภาคี ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนอาชีวศึกษาอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ภายในโครงการมีการจัด “เสวนา มุมมอง การสะท้อน” ของสถานประกอบการในการดำเนินงานฯ และการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี โดย สภาเกษตรกรจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมอุดรธานี สภาหอการค้าจังหวัดอุดรธานี สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดอุดรธานี กลุ่ม อ.กรอ.อศ. จังหวัดอุดรธานี รวมถึง “เสวนา ถอดบทเรียน” ของสถานศึกษาที่ประสบความสำเร็จในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี (Best Practive) โดย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ของ สอศ.

ทั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมโครงการประชุมชี้แจงที่เกี่ยวกับการดำเนินการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในสถานศึกษา รวมทั้งสิ้น 234 คน ของกลุ่มสถานศึกษาภาควันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมี คณะผู้บริหาร หัวหน้างานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี หัวหน้างานพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และหัวหน้าแผนกวิชา ร่วมกันยกระดับ ขับเคลื่อน การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีคุณภาพสูง