สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้นายฮอสเซ็น อเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เข้าเฝ้าฯ ที่พระราชวัง ในเมืองเจดดาห์ ทางตะวันตกของซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


ด้านกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า นับเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ที่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียทรงพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ทั้งสองประเทศใช้โอกาสนี้ร่วมกันพิจารณาโอกาสการสร้างเสริมความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี ขณะเดียวกัน มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งในระดับภูมิภาค และนอกภูมิภาค


ทั้งนี้ ก่อนการเข้าเฝ้าฯ มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย อเมียร์-อับโดลลาเฮียน พบหารือกับเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน อัล ซาอุด รมว.การต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย อเมียร์-อับโดลลาเฮียน กล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดีอาระเบียกับอิหร่าน “ดำเนินมาถูกทางแล้ว” พร้อมทั้งเปิดเผยว่า มีการหารือเกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและความมั่นคง แต่ไม่ได้เจาะจงว่า มีการบรรลุข้อตกลงเพิ่มเติมหรือไม่


นอกจากนี้ อเมียร์-อับโดลลาเฮียน กล่าวว่า การพบกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านในครั้งนี้ จะปูทางไปสู่การพบหารืออย่างเป็นทางการ ระหว่างประมุขของทั้งสองประเทศต่อไป


สำหรับการเยือนกรุงริยาดของ รมว.การต่างประเทศอิหร่าน เกิดขึ้น หลังเจ้าชายไฟซาล เสด็จฯ เยือนอิหร่านอย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกในรอบเกือบ 7 ปี ของผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่การทูตระดับสูงสุดของรัฐบาลริยาด หรือตั้งแต่การตัดขาดความสัมพันธ์เมื่อเดือน ส.ค. 2559 จากเหตุผู้ประท้วงในอิหร่าน บุกเผาสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงเตหะราน จากความโกรธแค้นกรณีการประหารชีวิตหนึ่งในนักการศาสนาชื่อดัง


หลังจากนั้น ทั้งสองประเทศเจรจากันเป็นการลับหลายครั้ง จนนำไปสู่การบรรลุข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีจีนทำหน้าที่คนกลาง.

เครดิตภาพ : AFP